อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

มารู้จัก "มายองเนส (Mayonnaise)" ซอสสีขาว ไอเทมคู่ใจ ประจำตู้เย็น

มารู้จัก "มายองเนส (Mayonnaise)" ซอสสีขาว ไอเทมคู่ใจ ประจำตู้เย็น

มายองเนส (Mayonnaise) ซอสสีขาวที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อย โ […]

มายองเนส (Mayonnaise) ซอสสีขาวที่ทานคู่กับอะไรก็อร่อย โดยเฉพาะของทอด !

และบ่อยครั้งที่มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นน้ำสลัดครีมอีกด้วย

มารู้จัก "มายองเนส (Mayonnaise)" ซอสสีขาว ไอเทมคู่ใจ ประจำตู้เย็น

ซึ่งจริง ๆ แล้ว มายองเนสเป็นหนึ่งในส่วนประกอบสำคัญของน้ำสลัดครีมข้น ตะหากละ

แล้วที่มากกว่านั้นคือ เรื่องราวต้นกำเนิดของซอสมายองเนส ก็มีหลากหลายมากมายเลย

และทุกต้นกำเนิด ล้วนเกิดมาจากสงครามเกือบทั้งนั้นเลย…

ว่าแต่ เรื่องราวของ มายองเนส เป็นอย่างไร ?

ถ้างั้นวันนี้ พวกเรา InfoStory ขอพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกันกันภาพอินโฟกราฟิกสุดสบายตา และ บทความสั้น ด้านล่างนี้กันได้เลย !

---------------------------------------

มายองเนส (Mayonnaise) … แค่ชื่อก็ฟังดูออกไปทางภาษาฝรั่งเศสแล้ว

แต่จะว่าไปก็ถูกนะ เพราะเป็นคำที่ถูกกร่อนมาจากคำว่า “โมโยเนส (Moyeunaise)”

ซึ่งมันถูกพัฒนามาจากคำว่า “โมโย (Moyey)” ที่เป็นคำภาษาฝรั่งเศสโบราณ ที่แปลว่า “ไข่แดง” นั่นเอง

ซึ่งเรื่องราวต้นกำเนิดหลัก ๆ มาจากสงครามแย่งชิงเมืองท่าที่มีชื่อว่า มาฮอน (Mahón) ที่เกาะเมนอร์กา (Minorca Island) ซึ่งตั้งอยู่ใน หมู่เกาะแบลีแอริก (Balearic Islands) ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในเขตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันตก ใกล้ชายฝั่งประเทศสเปน

(แต่ว่า ปัจจุบันเกาะแห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสเปนไปแล้วนะ เพียงแต่ว่าแยกออกมาเป็นเขตปกครองตนเองนะ)

คือ เจ้าสงครามแย่งชิงเมืองท่า Mahón อันนี้ เป็นการแย่งชิงระหว่างกองทัพอังกฤษของ พลเรือเอก จอห์น บิง และ กองทัพฝรั่งเศสของ “ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ” ในช่วงปี ค.ศ. 1756

ผลของการรบคือ กองทัพฝรั่งเศสของ “ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ” ที่สามารถยกกำลังพล 15,000 นาย ขึ้นฝั่งท่าเรือ มาฮอน (Mahón) ได้สำเร็จ และประกาศชัยชนะเหนือ พลเรือเอก จอห์น บิง ซึ่งทำให้อังกฤษ ที่เคยคุมท่าเรือมาฮอนมาก่อน ต้องสละทัพและหนีตายกันไป

แน่นอนว่า คนสมัยก่อน พอรบชนะ แล้วต้องทำอะไรต่อไป ?

คำตอบคือ “เอ๊า ฉลองงงงง!”

ซึ่งการฉลองครั้งนี้ ก็เป็นการฉลองด้วยการกิน

เพราะ “ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ” เดิมทีเป็นคนที่มีชื่อเสียงในด้านการกินอยู่แล้ว

ว่ากันว่าเขาชอบเปลือยกายกินอาหาร จึงทำให้นิยมชมชอบกินอาหารที่เย็น (ไม่แน่ใจว่าทานบนร่างกายของคนด้วยรึเปล่า ทำให้พวกเรานึกถึง ซูชิมนุษย์ เลย)

แน่นอนว่า อาหารเย็น ๆ ก็ต้องทานคู่กับซอสที่เสริมรสชาติให้อาหารอร่อย

เขาจึงได้พยายามคิดค้นสูตรซอสเพื่อนำมากินฉลองชัยชนะที่เมืองท่ามาฮอนแห่งนี้

เพียงแต่ว่า...พ่อครัวชาวฝรั่งเศสคู่ใจของเขา ไม่มีวัตถุดิบ ไม่มีครีม สำหรับการทำซอส

จึงต้องใช้วิธีผักชีโรยหน้า ก็คือ หาซอสที่เป็นของพื้นเมือง ที่มีชื่อว่า ซอสไอโอลี (Aioli) นำมาปรุงให่กับ ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ รับประทาน

(ซอสไอโอลี ยังเป็นที่นิยมในหมู่เกาะแถบทะเลเมติเตอร์เรเนียนอีกด้วยนะ)

ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ ก็ชอบม๊ากมากกก

แน่นอนว่าพอกลับไปถึงฝรั่งเศส ก็ได้นำสูตรที่เชฟคู่ใจคิดค้นในการฉลองศึกที่เมืองท่ามาฮอน มาตั้งเป็นชื่อเรียกว่า “มาฮอนเนส”

โดย ซอสมาฮอนเนส เนี่ย กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการโอ้อวดชัยชนะของ ดยุคเดอ ริเชอลิเยอ ในทันที

เรื่องการโอ้อวด ก็เป็นเรื่องหนึ่ง

แต่เรื่องของความอร่อย ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน

นั่นรวมไปถึง วิธีการผลิตที่ไม่ยากเย็น จึงทำให้ซอสสีขาวนี้ กลายเป็นที่นิยมและแพร่หลายไปไกลทั่วยุโรป จนข้ามฝั่งไปเกาะอังกฤษ

จนมีชื่อเรียกเพี้ยนเสียงไปเป็นมายองเนส (Mayonnaise) นั่นเองจ้าาา

----------------------------------------------

แน่นอนว่า ประวัติศาสตร์การกำเนิดของอาหาร เครื่องปรุง หรือ ส่วนผสมเนี่ย

มันก็ไม่เคยมีการบันทึกการค้นพบเจอ โดยคนกลุ่มเดียว

อาหารและของหวานทุกชนิด จะต้องมีเรื่องราวต้นกำเนิดที่คอยขัดแย้งอยู่เสมอ

กรณีของการค้นพบ มายองเนส (Mayonnaise) ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกัน

โดยเรื่องราวของผู้ที่เคลมว่า ตัวพวกเขานั้นแหละ คือ ผู้ให้กำเนิดซอสที่มีชื่อว่ามายองเนส ก็มีด้วยกัน 2 เรื่องราวสั้น ๆ

เรื่องราวสั้นที่ 1

ว่ากันว่าซอสมายองเนส กำเนิดมาโดยนายทหารชาวไอริช ที่เมืองบายอน (Bayonne) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของชื่อซอสสีขาว ที่ทานกับอาหารอะไรก็อร่อยอย่าง “Bayonnaise”

ก่อนที่ต่อมาชื่อเรียกจะเพี้ยนเป็น Mayonnaise

เรื่องราวสั้นที่ 2

ว่ากันว่าซอสมายองเนส เกิดมาจากพ่ายแพ้ของฝรั่งเศส ที่เกิดมาจาก ความน่าอับอายของนายพลจอมละโมบโลภแต่กิน ของ “Charles de Lorraine, Duke of Mayenne”

คือ Duke of Mayenne คนนี้ มีความชื่นชอบในการกินไก่ราดซอสสีขาวอันนี้มาก ชอบจนคลั่ง ขนาดที่ตั้งใจกิน แทนที่จะตั้งใจทำศึก

นั่นจึงทำให้กองทัพฝรั่งเศสต้องพ่ายแพ้ต่อทหารอังกฤษในยุทธภูมิอาร์ก ในช่วงปี ค.ศ. 1589

ว่ากันว่า ความพ่ายแพ้ที่เกิดจากความอับอายนี้ ก็ได้สร้างชื่อเสียงความอร่อยของซอสมายองเนส ที่เพี้ยนมาจากชื่อของ “Duke of Mayenne” นั่นเอง

-------------------------------------------------

ก็ว่ากันไป แล้วเพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ความอร่อยของซอสมายองเนสเนี่ย มันก็ได้ก่อให้เกิดบริษัทผลิตซอสชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเลยด้วยนะ !

(แต่บริษัทนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำศึกแย่งชิงบ้านเมืองอะไรกับเขาหรอกนะ แห่ะ ๆ)

บริษัทที่ว่านี้คือ บริษัทคิวพี (Kewpie) ที่เราก็มักจะคุ้นชื่อบริษัทนี้กับน้ำสลัดครีมงาญี่ปุ่น นั่นเอง

โดยบุคคลผู้ก่อตั้งบริษัทนี้มานามว่า “โทอิจิโร่ นะคะชิมะ” ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

เขาผู้นี้คลั่งไคล้ซอสมายองเนสเอาเสียมาก ๆ

จนกระทั่งกลับมายังประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดในปี ค.ศ. 1924

ก็เลยนำความคิดถึงซอสสีขาวอันนี้และวิธีการทำ ออกมาจัดตั้งเป็นบริษัทผลิตซอสซะเองเลยนี่ !

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  รู้จัก "สโคน (Scone)" ขนมอบคู่ชายามบ่ายยอดนิยม สไตล์อังกฤษ

ซึ่งหลังจากนั้น ซอสมายองเนสเนี่ย ก็เริ่มเป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่น

จนเราแทบจะได้เห็นเมนูอาหารทอดของญี่ปุ่น ที่จะต้องมีซอสมายองเนสเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ ๆ

จริง ๆ แล้ว การเริ่มทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อย่าง ต้นกำเนิดของบริษัท Kewpie กับซอสมายองเนส ก็ถือเป็นแรงบันดาลใจดีดี ในการเริ่มต้นธุรกิจอันหนึ่งเลยละ

--------------------------------------------------

โอโห เขียนไปเขียนมา ทำไมมาไกลจากต้นกำเนิดจากฝรั่งเศส ไปจนถึงการก่อตั้งบริษัทผลิตซอสในญี่ปุ่นได้ละเนี่ย..

งั้นเอาเป็นว่า ก่อนที่จะยาวไปไกลกว่านี้

พวกเราขอจบเรื่องราวของ "มายองเนส (Mayonnaise)" ซอสสีขาว ไอเทมคู่ใจ ประจำตู้เย็นทุกครัวเรือน ไว้เพียงเท่านี้ 🙂

#มายองเนส

#InfoStory

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://en.wikipedia.org/wiki/Mayonnaise#Etymology

https://www.bloomberg.com/.../the-technological-wonder...

https://allabout-japan.com/th/article/6749/

https://slate.com/.../mayonnaise-history-was-it-invented...