เชื่อว่า เพื่อน ๆ หลายคนคงจะเคยได้ยิน ได้ชิม หรือ ได้ดมกลิ่น ของเมล็ดกาแฟ ที่มาจากทวีปอเมริกาใต้กันมาบ้าง
ยกตัวอย่างประเทศที่มีชื่อคุ้นเคย อย่าง เปรู โคลอมเบีย

หรือ บางคน อาจจะรู้จักมาจากข้อมูลในแง่มุมธุรกิจ ที่เกี่ยวกับ
ผู้ผลิต และ ส่งออกกาแฟมากที่สุดในโลก คือ “ประเทศบราซิล”
โอเค… ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ดีเลย !
เพราะประเทศที่ว่ามาทั้งหมดนี้ ก็คือประเทศในทวีปอเมริกาใต้ นั่นเอง (โยงมาได้เฉยเลย อิอิ)
งั้นวันนี้ให้พวกเรา InfoStory พาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกาแฟจากทวีปอเมริกาใต้ กันเถอะ !
ซึ่งในบทความภาพนี้ จะเป็น “ตอนที่ 2” สำหรับซีรี่ส์ “รู้จัก เมล็ดกาแฟ รอบโลก ฉบับมือใหม่”
ซึ่งในตอนก่อนหน้านี้ เราได้พูดถึงเรื่องราวของกาแฟจากทวีปแอฟริกา กันไปพอหอมปากหอมคอกันแล้ว
แต่พอจะพูดถึงกาแฟจากทวีปอเมริกาแล้ว
จะกล่าวถึงเพียงทวีปอเมริกาใต้ เพียงอย่างเดียว ก็คงจะไม่ได้เนอะ
(ซึ่งพวกเราเห็นจากคอมเมนต์ในโพสของกาแฟทวีปแอฟริกา มีเพื่อน ๆ หลายคนอยากรู้จักกาแฟในอเมริกากลาง ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว)
งั้นเอาเป็นแบบนี้ เดี๋ยวพวกเราจะขอแบ่งออกเป็น 3 ตอนย่อย สำหรับทวีปอเมริกาเลย ก็แล้วกัน
ในตอนนี้ เราจะพาเพื่อน ๆไป รู้จักกับกาแฟจากทวีปอเมริกาใต้ กันก่อน
ส่วนตอนต่อไป พวกเราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ “กาแฟในทวีปอเมริกากลาง”
(เช่น Costa Rica, Nicaragua, Guatemala)
และ ปิดท้ายทวีปอเมริกาด้วย “กาแฟในหมู่เกาะแคริบเบียน และ ฮาวาย” (เช่น Cuba, Haiti, Jamaica)
งั้นไม่เสียเวลา เอาเป็นว่า ไปรับชมพร้อมภาพกราฟิกที่จะมาช่วยอธิบายสวย ๆ กันเลยดีกว่า !
หมายเหตุ : รสและกลิ่น ของกาแฟ จะขึ้นอยู่กับวิธีการแปรรูป และ ระดับการคั่ว
ตัวอย่างที่ยกมาจึงเป็นเพียงแค่ การริ้มรสส่วนใหญ่จากวิธีการแปรรูปที่นิยมในแต่ละประเทศ และ การคั่วในระดับอ่อน - กลาง
--------------------------------------------------
และเช่นเคย สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านเรื่องราวต่อเบา ๆ เชิญด้านล่างได้เลยจ้าาา
ถ้าหากเรานึกถึง แหล่งกำเนิดและส่งออกกาแฟชนิด Arabica
เราก็คงจะต้องนึกถึงกาแฟจากทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะ ประเทศเอธิโอเปีย
แต่ถ้าจะให้เรานึกถึง ความหลากหลายทางด้านสายพันธุ์กาแฟ พื้นที่และสภาพภูมิอากาศในการปลูก รวมถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว ที่ยาวนานกว่า
เรื่องนี้ ก็คงจะไม่พ้นจุดเด่นของ “ทวีปอเมริกาใต้”
และหากเราบอกว่า เมล็ดกาแฟจากทวีปอเมริกาใต้เนี่ย ถูกพูดถึงจากผู้คนส่วนใหญ่จากรอบโลก ก็คงไม่น่าแปลกเท่าไร
นั่นก็เพราะ ประเทศบราซิล ส่งออกเมล็ดกาแฟ มากถึง 35% ของตลาดกาแฟโลกเลยละ !
แต่ถ้าเราคิดว่า ตัวเลข 35% หรือ ประมาณ 1 ใน 3 เนี่ย เยอะมาก ๆ แล้ว…
เราต้องขอบอกว่า ส่วนแบ่งตลาดของบราซิลเนี่ย ถูกแย่งออกไปเยอะมากเลยนะ เมื่อเทียบกับอดีต
เพราะหากย้อนกลับไปราว ๆ 150 ปีก่อนเนี่ย
เมล็ดกาแฟจากประเทศบราซิล มีส่วนแบ่งจากตลาดกาแฟทั่วมากเกือบ 80% เลยละ !
สาเหตุที่ทำให้ส่วนแบ่งในอดีต สูงมากขนาดนั้น
ว่ากันว่า ส่วนหนึ่งมาจากการขยายอาณานิคม และอำนาจผูกขาดของสเปน และ โปรตุเกส
ผ่าน เฟรนช์เกียนา (French Guiana) หนึ่งในอาณานิคมของฝรั่งเศส
รวมถึงการใช้แรงงานทาส (ทั้งในประเทศ และ นำเข้าแรงงานชาวแอฟริกัน)
ในการผลิตอย่างเข้มข้น ในประเทศบราซิล อีกด้วยเช่นกัน
ต่อมา พอกาลเวลาผ่านไป ในช่วงปี ค.ศ. 1830 ส่วนแบ่งการตลาดกาแฟของประเทศบราซิล ก็ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนมาอยู่ที่ราว ๆ 40% ของโลก แต่ก็ยังถือว่า “มากที่สุด” อยู่ดี
เพื่อน ๆ พอทราบไหม ว่าเป็นเพราะอะไร ?
โอเค !
คือ เท่าที่เราค้นหามา สาเหตุจะถูกโยงไปถึงเรื่องราวของ อาณานิคมของอังกฤษ ที่มีการยกเลิกระบบ การสานสัมพันธ์ด้วย การค้าแรงงานทาส ระหว่างประเทศบราซิล และ แรงงานในประเทศแถปแอฟริกา
นั่นจึงส่งผลให้ เจ้าตลาดการส่งออกเมล็ดกาแฟอย่างบราซิล (แน่นอนว่าภายใต้เบื้องหลังอีกนานาประเทศ)
ก็ได้รับผลกระทบในเรื่องอุตสาหกรรม และ แรงงานการผลิต เข้าไปเต็ม ๆ
แต่อย่างไรก็ดี บราซิล ก็ไม่ได้ตกหล่นหายไปจากอุตสาหกรรมการกาแฟ มากไปกว่านี้
และ แน่นอนว่าประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ก็ไม่ยอมด้วยเช่นกัน
เรื่องนี้ ก็คงต้องพูดถึงเรื่องของ เล่ห์เหลี่ยมการค้า ของพ่อค้าในทวีปอเมริกาใต้
ที่ทำให้ราคากาแฟ หรือ การส่งออกกาแฟจากอเมริกาใต้ ยังคงเป็นที่นิยม (บ้างก็มีการผูกขาดบ้าง)
ยกตัวอย่างที่ทำให้เห็นภาพ ก็เช่น สัญลักษณ์ของกาแฟแห่งประเทศโคลอมเบีย อย่าง “Juan Valdez”
เรื่องราวของ Juan Valdez มันเป็นอย่างนี้
Juan Valdez ว่ากันว่าเป็นตัวละครสมมุติ ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำการตลาดของกาแฟโคลอมเบียโดยเฉพาะ
เกิดจากเกษตรกร พ่อค้า 3 คน ที่ออกมาสร้างแบรนด์ และ เรื่องของกาแฟชาวโคลอมเบีย (ของตัวเอง)
โดยพวกเขามีการสร้างภาพลักษณ์ ที่อาจเด่นเกินจริงอย่าง
“กาแฟจากขุนเขา’ (Mountain Grown Coffee) ต้องเป็น กาแฟโคลอมเบีย 100% เท่านั้น”
สิ่งนี้ ทำให้กลุ่มคนที่เรียกใช้ชื่อว่า “Juan Valdez” มีตัวตน และ โฆษณาให้ กาแฟจากประเทศโคลอมเบียมีความแตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกได้อย่างชัดเจน
เพื่อน ๆ เชื่อไหมว่า การตลาดที่ดูเหมือนจะง่ายๆ แบบนี้เนี่ย
แต่ในอดีตกลับได้ผลที่ดีเอาซะมากๆเลยนะ
ต่อมา เรื่องราวของ Juan Valdez จากประเทศโคลอมเบีย จึงได้ทำให้เกิดองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของโลกอย่าง
“Federación Nacional de Cafeteros” หรือ FNC ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในปี ค.ศ. 1927
ก่อตั้งมาเพื่อ จับตาดูพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม หรือ ไม่เป็นธรรม จากการค้า ปั่นป่วนราคา หรือ ผูกขาดกาแฟ รวมถึงเข้ามาดูในเรื่องของคุณภาพจากแหล่งผลิตกาแฟ นั่นเอง
จริง ๆ เรื่องราวมียาวกว่านี้อีกเยอะเลย
แต่เราขออนุญาตหยุดตรงนี้ก่อน (เดี๋ยวเพื่อนๆ เริ่มเบื่อกันไปก่อน แห่ะๆ)
ก็พอหอมปากหอมคอกับเกร็ดความรู้เบาสมอง
ที่พวกเราหยิบเลือกมาเล่าให้กับเพื่อน ๆ อ่านกัน
ปิดท้ายกันด้วยเกร็ดข้อมูลที่น่าสนใจ
สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในทวีปอเมริกาใต้ ก็จะมีหลากหลายเลยละ
ยกตัวอย่างเช่น Bourbon, Mondo Novo, Caturra, Typica และ Castillo
ซึ่งจะมีบางสายพันธุ์ ที่มีการนำเข้าไปเพาะปลูกในทวีปแอฟริกา อีกด้วยนะ
#กาแฟอเมริกาใต้
#รู้จักเมล็ดกาแฟรอบโลกฉบับมือใหม่
#infostory
#singleorigin
แหล่งอ้างอิง
- หนังสือ The World Atlas of Coffee โดย James Hoffmann



