อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

มารู้จัก "Rosée" วีทเบียร์ผสมราสเบอร์รี่ สีหวาน สดชื่นและนุ่มนวล (ฉบับมือใหม่)

มารู้จัก "Rosée" วีทเบียร์ผสมราสเบอร์รี่ สีหวาน สดชื่นและนุ่มนวล (ฉบับมือใหม่)

ถ้าพูดถึงชื่อของ “Rosée” เราจะนึกถึงอะไรกันบ้างนะ ? สาร […]

ถ้าพูดถึงชื่อของ “Rosée” เราจะนึกถึงอะไรกันบ้างนะ ?

สารภาพตรง ๆ ว่า สิ่งแรกที่พวกเรานึกถึงคือชื่อของศิลปินเกิร์ลกรุ๊ป “Rosé” วง Blackpink

มารู้จัก "Rosée" วีทเบียร์ผสมราสเบอร์รี่ สีหวาน สดชื่นและนุ่มนวล (ฉบับมือใหม่)

แต่ถ้าบอกว่าสิ่งนี้ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิต เราก็จะนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีสีชมพูขุ่น ในทันทีเลย

เกริ่นมาแบบนี้

แน่นอนว่า ในวันนี้พวกเรา InfoStory อยากพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักเบียร์สีชมพูที่มีชื่อว่า Rosée นั่นเอง (Rosée อ่านว่า โร-เซ่ ในภาษาฝรั่งเศส)

Rosée Beer หรือ เบียร์โรเซ่ เป็นเครื่องดื่มเบียร์ประเภทวีทเบียร์ผสมผลราสเบอร์รี่

ซึ่งต้องบอกตรงนี้ก่อนว่า Rosée Beer เขาไม่ได้เป็นเบียร์ดอกกุหลาบ แต่อย่างใดนะ...

อย่างที่บอกไปว่า Rosée Beer ถูกจัดอยู่ในประเภทของ “วีทเบียร์” มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “Wheat Beer”

วีทเบียร์ คือ เบียร์ที่มีสีเหลืองสว่างที่ใช้ “ข้าวสาลี (Wheat)” ในปริมาณที่เกิน 50% ซึ่งเปรียบเป็นวัตถุดิบที่เป็นหัวใจสำคัญ

(หมายเหตุ : ปริมาณตัวเลขในที่นี้ อาจมีการใช้งานจริง ได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความตั้งใจในการผลิตเบียร์ของแต่ละแบรนด์และแต่ละสูตร)

ข้าวสาลี ก็จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ วีทเบียร์

นั่นก็เพราะเบียร์ในรูปแบบอื่น ๆ จะถูกผลิตขึ้นจากวัตถุดิบอย่าง ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ หรือแม้แต่สิ่งแต่งเติมอื่น ๆ เช่น ข้าวโพดหรือข้าวเจ้า ที่ทำให้จุดเด่นแตกต่างกันออกไป

วีทเบียร์เนี่ย ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ของการดื่มเบียร์ในแบบฉบับของชาวเบลเยียม

นั่นก็เพราะ ต้นกำเนิดของวีทเบียร์ ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1445 โดยมาจากฝีมือของนักบวชในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่า หมูบ้าน Hoegaarden (อ่านว่า ฮู-การ์-เด้น)

โดยนักบวชกลุ่มนี้ได้คิดค้นทดลองผลิตเบียร์ จากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ที่สามารถปลูกได้ภายในหมู่บ้าน อย่าง “ข้าวสาลี (Wheat)” แล้วนำไปหมักกับอีก 5 ส่วนผสมหลัก ได้แก่ น้ำแร่ธรรมชาติ ฮอปส์ ยีสต์ และ ส่วนผสมพิเศษ อย่างเปลือกส้ม Curacao และเมล็ดผักชี ผ่านกรรมวิธีการผลิตอย่างพิถี พิถัน และไม่ผ่านการกรอง จึงทำให้น้ำเบียร์ ที่ได้ออกมานั้นสีขุ่น อุดมด้วยคุณประโยชน์จากวัตถุดิบต่างๆ

แน่นอนว่าจุดเด่นและความแตกต่างในเรื่องของการใช้ ข้าวสาลี

จึงกลายมาเป็นชื่อของ วีทเบียร์ ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

----------------------------------------------------

แล้วจากวีทเบียร์ ไปเกี่ยวข้องอะไรกับเบียร์สีชมพูชื่อว่า Rosée ได้ละ ?

ต้องอ้างอิงไปยังต้นกำเนิดของวีทเบียร์ ที่ได้กล่าวมานี้ละ ที่เกิดในหมู่บ้าน Hoegaarden ในประเทศเบลเยียม

โดยต้นกำเนิดของเบียร์ Rosée ก็ว่ากันว่า

เกิดมาจาก ในค่ำคืนหนึ่งในหมู่บ้าน Hoegaarden ที่ชาวบ้านกำลังจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองประจำปีกันอยู่

ด้วยจำนวนผู้คนที่ออกมาเฉลิมฉลองที่เยอะเกิน แก้วเบียร์ในบาร์จึงได้ถูกใช้หมด...

แล้วพอไม่มีแก้วดื่มเบียร์ ทำยังไงดีละ ?

ชาวบ้าน จึงได้นำกระปุกแยมที่ใช้งานหมดแล้ว มาใส่เบียร์แทน (ง่ายดีแท้)

ด้วยความเพลิดเพลินของชาวบ้านจึงไม่ทันสังเกตว่าในกระปุกนั้นยังมีแยมหวาน ๆ นอนก้นอยู่

ทันทีที่เครื่องดื่มวีทเบียร์รสดั้งเดิมจากหมู่บ้าน Hoegaarden มาผสมเข้ากับแยมสีแดง ซึ่งว่ากันว่าเป็นแยมที่มาจากผลราสเบอร์รี่

ก็เกิดเป็นรสชาติหอมหวานที่ชวนให้ติดใจ

แน่นอนว่า คำว่า “ติดใจ” เนี่ย

มันก็ได้มาถึงมือของกลุ่มนักบวชผู้ให้กำเนิดวีทเบียร์

โดยกลุ่มนักบวชผู้เชี่ยวชาญในการผลิตเบียร์ ถึงกับต้องประกาศนัดประชุมเพื่อค้นหาว่า ไอเจ้าเบียร์ที่ดื่มในกระปุกแยม มันคืออะไร ? ทำไมมีรสชาติอร่อยถึงเพียงนี้ ?

คำตอบพวกเขาหามาได้ ก็คือ

แยมก้นขวด ที่ชาวบ้านหยิบมาเป็นภาชนะใส่วีทเบียร์ ซึ่งนั่นมีส่วนผสมของผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างราสเบอร์รี นั่นเอง

ก็ถือว่า เรื่องนี้กลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่าง “บังเอิญ”

อย่างไรก็ดีนะ ในยุคนั้นยังไม่ได้มีการตั้งชื่อเครื่องดื่มที่เกิดจากความบังเอิญนี้ อย่างเป็นทางการ

และ ชาวบ้านในหมู่บ้าน Hoegaarden เนี่ย ก็นิยมนำกระปุกแยมมาใส่วีทเบียร์ดื่มกันเป็นประจำ

จนกลายเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามัญประจำหมู่บ้านกันไปเลยทีเดียว

แต่ทว่า… ในช่วงเวลาต่อมาเนี่ย

นักปรุงเบียร์จากหมู่บ้าน Hoegaarden ก็ไม่ได้ยอมแพ้ และไม่ต้องการให้เรื่องราวดีดีนี้ เป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ

พวกเขาก็ได้ทำการค้นหาสูตรวีทเบียร์ผสมราสเบอร์รีแบบจริงจัง

จนกระทั่งได้คิดค้นสูตรใหม่ โดยนำ วีทเบียร์ เข้าไปผสมกับผลราสเบอร์รี่ ในส่วนของยีสต์เอง ก็เป็นกระบวนการหมักบ่มแบบลอยผิวถึงสองครั้งและไม่ผ่านการกรองตะกอนออก

ซึ่งผลลัพธ์ที่พวกเขาได้มาก็คือเบียร์รสชาติหอมหวาน ที่มีเอกลักษณ์เป็นสีแดงขุ่นๆ โดยธรรมชาติ

และได้ตั้งชื่อให้เครื่องดื่มวีทนี้ว่า “Hoegaarden rosée”

ส่วนในเรื่องของ กระปุกแยมที่ชาวบ้าน Hoegaarden นิยมนำมาใส่วีทเบียร์ดื่มกันเป็นประจำ

ก็ได้ถูกพัฒนากลายเป็นแก้วทรงหกเหลี่ยมประจำหมู่บ้าน Hoegaarden

ซึ่งต่อมาเนี่ย ก็เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของแบรนด์ Hoegaarden ที่จะต้องดื่มในแก้วเบียร์ทรงหกเหลี่ยม ที่แช่เย็นจัด นั่นเอง

นั่นจึงทำให้ ในปัจจุบัน เวลาที่เราได้ยินชื่อของ “Rosée Beer”

ก็คงอดไม่ได้ ที่จะต้องนึกถึงแบรนด์ “Hoegaarden” นั่นเองจ้า

แล้วเพื่อน ๆ ทราบอีกไหมว่าเบียร์ Rosée นี้

ยังเป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มและทานคู่กับขนมหวาน อย่าง ขนมเค้ก ได้ดีมาก ๆ

เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัว จะทำหน้าที่ลดระดับความเลี่ยนของเค้กและกลมกลืนกันได้อย่างดีเยี่ยม ขณะเดียวกันตัวขนมหวานเองก็จะช่วยเพิ่มระดับความโดดเด่นในรสชาติของ Rosée ออกมาด้วยเช่นกัน !

-------------------------------

ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้เนี่ย เบียร์ Rosée ไม่ได้เป็นที่นิยมแค่ในประเทศเบลเยี่ยมแล้ว

แต่ว่าเทรนด์ของการดื่มเบียร์สีชมพูหวาน ๆ นี้ ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก อาทิเช่น Founders Rubaeus Raspberry Ale, MileStone Raspberry Wheat Beer, ANDERSON VALLEY FRAMBOISE ROSE GOSE เป็นต้น

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  ชวนส่องขนมปังรอบโลก ! - (ตอนที่ 1)

ไม่เว้นแม้แต้ในประเทศไทยของเรา ที่ทาง Hoegaarden เป็นผู้นำเข้าเบียร์ Rosée เจ้าแรกๆในปี 2015

แต่ในตอนนี้จริง ๆ แล้ว ตลาดเบียร์สีชมพู ขวัญใจไลฟ์สไตล์วัยหนุ่มสาว ก็กำลังเป็นที่หมายตาของผู้ผลิตเบียร์เจ้าอื่น ๆ ในประเทศไทยอย่างเช่น สิงห์ อย่างเบียร์ Snowy สไตล์ Weizen รสโรเซ่ หรือ Fullmoon Rasberry Rosé ซึ่งตั้งใจทำออกมาให้เป็นฟรุ๊ตเบียร์ ที่กำเนิดขึ้นในปีที่มานี่เอง

ก็น่าสนใจนะ !

เพราะว่าตลาดเบียร์ที่เน้นความหลากหลายและเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ จะยังคงมีให้เห็นอีกมากมายในอนาคตอันใกล้เลย

รวมถึงผู้เล่นเก่าแต่เก๋าอย่าง Hoegaarden ก็คงต้องมีไม้เด็ด ออกมาให้เราชมกันอีกแน่นอน

พวกเราก็คงจะได้ ดื่มพร้อมเรียนรู้รสชาติและประสบการณ์ใหม่ ๆ กันต่อไป

----------------------------------------------------

ปิดท้ายด้วยเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า บริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ของ Hoegaarden

อย่างบริษัท “Anheuser-Busch InBev หรือ AB InBev” ยังเป็นเจ้าของเดียวกันกับ แบรนด์เบียร์ชื่อดังที่เราคุ้นเคยอย่าง “Budweiser” “Stella Artois” และ “Leffe” อีกด้วยนะ

พวกเรา InfoStory ก็ขอจบเรื่องราวเกร็ดความรู้สบายสมอง ไว้ที่ตรงนี้ 🙂

#RoséBeer

#InfoStory

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://brandinside.asia/hoegaarden-history-the-secret.../

https://thematter.co/.../hoegaarden-rosee-rebrand-12/116852

https://www.hopculture.com/rose-craft-beer-wine-summer/

https://en.wikipedia.org/wiki/Wheat_beer

หมายเหตุ : โพสนี้มีจุดประสงค์และความตั้งใจที่จะนำเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับ Rosée มาถ่ายทอดเป็นความรู้สบายสมอง สำหรับผู้อ่าน เพียงเท่านั้น

สุราและเบียร์ เป็นเหตุก่อโรคมะเร็งและอุบัติเหตุอื่น ๆ ได้