อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ "ประเทศนอร์เวย์" ภายใน 5 นาที (ท่องโลกฉบับมือใหม่)

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ "ประเทศนอร์เวย์" ภายใน 5 นาที (ท่องโลกฉบับมือใหม่)

มีใครอยากไปเที่ยวแล้วบ้าง ? มั่นใจว่า พวกเรา 2 คน คงรีบ […]

มีใครอยากไปเที่ยวแล้วบ้าง ?

มั่นใจว่า พวกเรา 2 คน คงรีบยกมือขึ้นก่อนใครแน่นอน

เกร็ดความรู้ เกี่ยวกับ "ประเทศนอร์เวย์" ภายใน 5 นาที (ท่องโลกฉบับมือใหม่)

เพราะตอนนี้โหยหาการท่องเที่ยวมาก

แต่สถานการณ์ตอนนี้ อาจจะยังไม่เอื้ออำนวยสำหรับพวกเราเท่าไร…

ไม่เป็นไร งั้นพวกเรา InfoStory ขอพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวกับพวกเราแบบสั้น ๆ ในรูปแบบเกร็ดความรู้ ไม่เกิน 5 นาที กับซี่รี่ส์บทความภาพ “ท่องโลกฉบับมือใหม่” ซึ่งในตอนแรกนี้ พวกเราขอพาไปรู้จัก “ประเทศนอร์เวย์”

(เพื่อน ๆ บางคนบอกว่า อาจจะไม่เกิน 5 นาที😊)

งั้นขอเชิญไปดูภาพ Infographic สบายตา กันเลย !

------------------------------------------

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากรู้จักประเทศนอร์เวย์ ในมุมสาระความรู้ แบบคร่าว ๆ กัน เพิ่มเติม

เชิญอ่านเบา ๆ ทางนี้ได้เลย

ถ้านึกถึงประเทศนอร์เวย์ พวกเราคงจะมีภาพของชาวไวกิ้ง ที่ปรากฎขึ้นมาในหัว

ซึ่งสมัยเริ่มแรกสุด ก็จะเป็นในช่วงยุคไวกิ้ง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในช่วงปี ค.ศ. 800

ซึ่งในตอนนั้น นอร์เวย์ยังเป็นอาณาจักรไวกิ้ง ซึ่งมีหลากหลายอาณาจักรที่อยู่ภายใต้การนำของ พระราชาฮาร์รรัลด์ แฟร์แฮร์ (Harald Hårfagre)

แต่ถ้าจะให้ไล่ประวัติกันมาเลย… สงสัยได้ง่วงนอนเสียก่อน แห่ะ ๆ 😉

งั้นเราข้ามมาที่ในยุคสมัยที่ใหม่ขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 14 เลยละกัน

เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ประเทศนอร์เวย์ เคยเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดนและเดนมาร์กมาก่อนนะ

โดยในสมัยนั้น เราอาจจะคุ้นในชื่อของ “สหภาพระหว่างเดนมาร์กและนอร์เวย์” และยังมี “สหราชอาณาจักรสวีเดนและนอร์เวย์”

ก่อนที่เหล่าสหภาพจะล่มสลายในปี ค.ศ. 1814

และประเทศนอร์เวย์ ก็ได้ประกาศเป็นประเทศเอกราชในปี ค.ศ. 1905

หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่า

เอ้ะ ! ถ้านอร์เวย์เคยเปนส่วนหนึ่งของสหภาพเดนมาร์กและสวีเดนเนี่ย ภาษาของพวกเขาก็ต้องได้รับอิทธิพลไปด้วยสิ ?

อาจตอบได้ว่า “ใช่”

ภาษาราชการของนอร์เวย์มีรูปแบบการเขียน 2 แบบ

คือ ภาษาบุ๊กมอล (Bokmål) ซึ่งคือ "ภาษาหนังสือ" ซึ่งมีการใช้งานมาตั้งแต่ในยุคที่ยังเป็นสหภาพ

และ ภาษานีน็อชก์ (Nynorsk) หมายถึง "ภาษานอร์เวย์ใหม่"

ซึ่งภาษานีน็อชก์ (Nynorsk) นี้ละ ที่ถูกปรับขึ้นมาใหม่

ให้สอดคล้องกับการที่ประเทศได้ประกาศเอกราชแล้ว นั่นเอง

ซึ่งก็ถูกปรับขึ้นในปี ค.ศ. 1920 โดยคุณ “Ivar Aaasen” ที่ได้ทำการศึกษาด้านภาษาศาสตร์และการใช้สำเนียงของภาษานอร์เวย์ ทั่วราชอาณาจักร

จนได้สร้างอีกหนึ่งภาษาราชการอย่าง ภาษานีน็อชก์ (Nynorsk) ขึ้นมา

---------------------------------------------

ทีนี้ เราพาเพื่อน ๆ มาอ่านกันเบา ๆ ในเรื่องราวแบบวิชาการกันบ้าง

ถ้าพูดถึงอุตสาหกรรมส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับประเทศนอร์เวย์

ในแบบที่พวกเราคุ้นเคยกัน ก็คงเป็นเรื่องของการประมง อย่างการทำฟาร์มปลาแซลมอน และ ปลาเทราท์

ว่าแต่ เอ้ะ.. ! ประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่แถบเหนือเกือบขั้วโลกเหนือขนาดนั้น น้ำทะเลไม่เป็นน้ำแข็ง หรือ หนาวเย็นจนเกินไปเหรอ ?

ถ้าตามที่พวกเราเคยเรียนกันมา ทะเลแถบนั้น จะได้รับอิทธิพลจาก กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม (Gulfstream) ที่จะพัดพาความอบอุ่นมาจากอ่าวเม็กซิโกเรื่อยมาจนถึงมหาสมุทรแอตแลนติก

และไหลวนขึ้นเหนือตลอดแนวชายฝั่งนอร์เวย์ ไปบรรจบกับกระแสน้ำเย็น จากมหาสมุทรอาร์กติก

ซึ่งนี้ละ คือ “สภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบต่อสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล”

ซึ่งก็ไม่แปลกใจ ด้วยระบบนิเวศทางทะเลที่อุดมสมบูรณ์แบบนี้ ก็ยังทำให้เกิด “Dogger Bank”

หรือ แหล่งประมงที่สำคัญอยู่ในเขตทะเลเหนือ เป็นเขตน้ำตื้นชายฝั่งทวีป (ซึ่งก็มาจากมีกระแสน้ำอุ่นแอตแลนติกเหนือ ไหลผ่าน จึงทำให้น้ำไม่เป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว นั่นเอง)

เรื่องราวนี้ ได้ทำให้ทะเลของประเทศนอร์เวย์ มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดในยุโรปเลยละ !

แต่… เราขอหักมุมสักนิดนึง

เพื่อน ๆ รู้ไหมว่าอันที่จริงแล้ว การประมงเนี่ย

กลับไม่ใช่อุตสาหกรรมส่งออกที่สร้างรายได้สูงที่สุดให้กับประเทศนอร์เวย์นะ

แต่ว่า คือ อุตสาหกรรมการส่งออกน้ำมันตะหากละ ที่สร้างมูลค่าและรายได้ให้กับประเทศนอร์เวย์ เป็นอันดับที่ 1

เหตุผลสั้น ๆ มาจาก การค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลเหนือในช่วงทศวรรษ 1960s

ซึ่งถือเป็นโชคดีของนอร์เวย์ จากการที่สหภาพเดนมาร์กและสวีเดน ล่มสลาย และประเทศเดนมาร์กได้ตักแบ่งพื้นที่ในทะเลเหนือส่วนนี้คืนให้กับนอร์เวย์

และกลายเป็นว่า พื้นที่ส่วนนี้ละ ที่เป็นแหล่งทรัพยากรน้ำมันสุดล้ำค่า !

หลังจากนั้น จึงทำให้น้ำมันกลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 ของประเทศนอร์เวย์ ในทันที

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นจากเรื่องราวตรงนี้ มาดูภาพรวมการส่งออกที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศนอร์เวย์ 3 อันดับในปี 2020 คือ

1. อุตสาหกรรมส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็น 49%

2. อุตสาหกรรมส่งออกอาหารทะเล คิดเป็น 13%

3. อุตสาหกรรมส่งออกเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และเครื่องจักรกล 5%

และด้วยความได้เปรียบของการผลิตน้ำมัน และ สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำฟาร์มสัตว์น้ำ

จึงทำให้ ตัวเลขที่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ในปี 2020 ประเทศ มีมูลค่าอยู่ที่ 11 ล้านล้านบาท หรือ อยู่ในอันดับที่ 33 ของโลก

ที่น่าสนใจคือ ในอีก 50 ปีข้างหน้าเนี่ย

รัฐบาลนอร์เวย์ ก็ยังได้ประกาศอีกว่า พวกเขาจะต้องเป็นประเทศผู้นำแห่งการส่งออกอาหารทะเลของยุโรป โดยเฉพาะปลาแซลมอน และ ปลาเทราท์

ซึ่งส่วนตัวเราเคยไปทานแซลมอน จากตลาดปลาเมือง Bergen ที่เราทานก็เป็นแซลมอนฟาร์มนี้ละ ยอมรับว่า ราคาสูงมาก แต่เหมาะสมกับคุณภาพ อร่อยเนื้อนิ่มมาก

------------------------------------------

โอเค ก็พอหอมปากหอมคอกัน

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  "One Piece" ฉบับ Live-action ถ่ายทำที่เมืองไหนกันบ้างนะ ?

พวกเราขอพักเรื่องราววิชาการเอาไว้ตรงนี้ก่อนละกันเนอะ (เพราะเพื่อน ๆ บางคนอาจเริ่มเบื่อกันแล้ว)

เพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ประเทศนอร์เวย์ มีขนาดพื้นที่เท่าไร ?

ประเทศนอร์เวย์ มีพื้นที่ 385,155 ตารางกิโลเมตร (หรือคิดเป็นประมาณ 60% ของพื้นที่ประเทศไทย)

แต่ว่ามีประชากรเพียงแค่ 5.3 ล้านคน เท่านั้นเอง

ซึ่งความหนาแน่นของประชากร ในประเทศนอร์เวย์ ก็จะแบ่งตามขนาดของเมืองและเศรษฐกิจ

โดย 3 อันดับแรก คือ

- เมืองหลวงอย่าง Oslo มีประชากร 580,000 คน

- อดีตเมืองหลวง Bergen มีประชากร 213,000 คน

- เมือง Trondheim มีประชากร 147,000 คน

แล้วเพื่อน ๆ รู้ไหมว่า ประเทศนอร์เวย์ เป็นประเทศเดียวในกลุ่มสแกนดิเนเวีย

ที่มีพรมแดนที่ติดกับประเทศอื่น ๆ มากถึง 3 ประเทศด้วยกัน

อย่างเช่น สวีเดน ฟินแลนด์ และ รัสเซีย

(ถึงแม้จะมีพรมแดนที่ติดกับรัสเซีย แต่ก็จะเป็นส่วนของพื้นที่ ที่เล็กมากกก)

นอกจากนั้น เราได้ไปนั่งดูสารคดีมา ก็เพิ่งทราบว่า ประเทศนอร์เวย์ ก็มีเกาะเล็กเกาะน้อย รวมไปถึงเกาะที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ อยู่ภายใต้การปกครองค่อนข้างเยอะเลยเหมือนกัน

ยกตัวอย่างเช่น เกาะ Svalbard ที่มีจำนวนประชากรแค่ 3,000 คน เท่านั้นเอง

ซึ่งเกาะ Svalbard นี้ ก็ยังเป็นเกาะที่มีพระอาทิตย์เที่ยงคืน (พระอาทิตย์ไม่ตกขอบฟ้า) เป็นระยะเวลามากถึง 4 เดือน เลยทีเดียว

ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ว่าตัวประเทศนอร์เวย์ จะตั้งอยู่แถบขั้วโลกเหนือ

แต่ก็ยังเป็นเจ้าของเกาะที่อยู่ในแถบขั้วโลกใต้ อย่าง Bouvet Island ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากแหลมกู๊ดโฮปจากทวีปแอฟริกา เพียงแค่ 1,600 กิโลเมตร เท่านั้น

ส่วนในเรื่องของภาษา ที่คนนอร์เวย์นิยมพูด ก็คือ ภาษานอร์เวย์ (บูกโมลและนีน็อชก์)

และยังมีสำเนียงที่แตกต่างกันประมาณ 4 รูปแบบ (ตอนเหนือ ตอนกลาง ตะวันตก และ ตะวันออก)

แต่เท่าที่เราไปอ่านใน Quora มา เหมือนคนนอร์เวย์ก็จะมีการประชดประชันว่า

สำเนียงในภาษานอร์เวย์ ไม่ได้ต่างกันมากหรอก แต่อาจต่างกันที่เรื่องของการพูด หรือ คำที่ใช้เรียกสิ่งต่าง ๆ ที่อาจไม่เหมือนกันมากกว่า…

และถ้าคุณจะนับเรื่องสำเนียงนะ ทุก ๆ 10 กิโลเมตร คุณจะได้ยินสำเนียงที่แตกต่างกันไปของคนนอร์เวย์

(ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย.. เรื่องนี้จริงไม่จริงอย่างไร คงต้องให้เพื่อน ๆ ที่อาศัยอยู่ที่นอร์เวย์ มาช่วยแชร์ความรู้พวกเรากันด้วยน้า)

ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่สามารถนำภาพที่เคยไปท่องเที่ยวมาให้ชมกันได้ เพราะในลักษณะของเพจเรา อาจไม่ใช่การรีวิวแนวท่องเที่ยว

งั้นพวกเรา ก็ขอเป็นการนำสาระเรื่องราวเบาสมองมาให้เพื่อน ๆ อ่านกันแบบนี้ เช่นเคย 🙂

วันนี้จะขอจบเรื่องราวของประเทศนอร์เวย์ไว้เพียงเท่านี้ ถึงแม้จะไม่ครอบคลุมเรื่องราวทั้งหมด อย่างสถานที่ท่องเที่ยว หรือ อาหารจานเด็ดต่าง

แต่หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะพอได้สาระความรู้กันไปหลังอ่านจบ

ในโพสต่อ ๆ ไปของซีรีส์นี้ พวกเราจะหยิบเกร็ดความรู้ของประเทศ หรือ เมืองที่น่าสนใจต่าง ๆ มาให้เพื่อน ๆ รับชมกันต่ออย่างแน่นอน 🙂

#นอร์เวย์

#มือใหม่ท่องโลก

#InfoStory

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://trendeconomy.com/data/h2/Norway/TOTAL

https://www.eurofish.dk/norway

https://www.visitnorway.com/

https://www.longtunman.com/27010

- หนังสือเรื่อง History of Scandinavia โดยคุณปรีดี หงสต้น