เพื่อน ๆ เคยได้ยินประโยคที่เค้ามักบอกว่า “Home Sweet Home” หรือ “Home is where the heart is” กันบ้างไหมเอ่ย ? 🏡💓
บ้านคือสถานที่ที่แสนจะสุขใจ ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าหรือมีความสุขท่วมล้น
แต่ในมุมกลับกัน หากเรากำลังเคร่งเครียดหรือผ่านวันที่แสนจะโหดร้าย แล้วกลับมาที่บ้าน…ที่แสนจะไม่อบอุ่น เราจะรู้สึกยังไงนะ ?
แล้วความสุขกับบ้าน..ที่ว่ามานี้เนี่ย มันไปเกี่ยวอะไรกับ “ฮุกกะ (Hygge)” หรือหลักแนวคิดปรัชญาแห่งความสุขของชาวเดนิช (เดนมาร์ก) ได้อย่างไร ?

พวกเรา MindStory จะเล่าให้ฟังกันคร่าว ๆ เลย !
หวังว่าบทความยาวอันนี้คงช่วยให้เพื่อน ๆ ผู้อ่านเพลิดเพลินและสบายใจกันบ้างนะคร้าบ 🥰
— — — — — — — — — — — — — —
[ ทำไมความสุขแบบฮุกกะ ต้องเริ่มจากที่บ้านละ ? 🏠🪴☀ ]
ฮุกกะ (Hygge) หลักแนวคิดของชาวเดนมาร์ก ที่ว่าด้วยการค้นหาความสุข
ความสุขหาได้ง่าย ๆ เริ่มจากการที่เราหัดที่จะ “สบายใจ” ให้ได้เสียก่อน
หากเราได้ทำในสิ่งที่เราชื่นชอบทุกวัน อย่างเช่น การไปเที่ยว เราก็คงจะมีฮุกกะได้ทุกวัน
แต่ในความเป็นจริง… เอ่อ มันคงเพ้อฝันไปสักหน่อย 🥺
แล้วเราจะหามุมสบายใจของเราในแต่ละวันได้อย่างไรละ ?
ในหนังสือ “Hygge Home” คุณ Meik เขาบอกว่า เราต้องสร้างบรรยากาศที่แสนสบายภายใมนบ้านหรือห้องของเรา
เพราะเราต้องอยู่บ้านทุกวัน บ้านจึงเป็นสถานที่สร้าง “ฮุกกะ” ที่ดีที่สุด
นอกจากความสุขจากบรรยากาศสบาย ๆ แล้ว
ความสุขของเรา อาจเปรียบได้กับการที่เราเสริมความต้องการในทุก ๆ ด้าน (เช่น ทฤษฎีความต้องการแบบพีระมิด 5 ชั้นของ Maslow)
ไม่ว่าจะเป็นความต้องการทางร่างกาย ความปลอดภัย ความรักและเคารพตัวเอง
ทุกอย่างนี้ล้วนมี “บ้าน” เป็นสถานที่สำคัญ 🏠
งานวิจัยจากหนังสือเล่มนี้บอกว่า “เวลาเกือบ 68.7% ในแต่ละวันของคนส่วนใหญ่จะใช้เวลาอยู่กับบ้าน”
ถ้าบ้าน คอนโด หรือห้องของเรา ไม่น่าอยู่แล้ว… ก็อดคิดไม่ได้เลยว่าเกือบ 3 ใน 4 ของวันที่เราต้องใช้ชีวิตเนี่ย.. มันจะหาความสุขได้ยังไงกันเนอะ (หากเราอ้างอิงตามนี้เนอะ คือเค้าสำรวจจากพฤติกรรมของชาวอเมริกันนะ เราคิดว่าที่เวลาอยู่ในบ้านเยอะ เพราะสำรวจช่วงโควิด)
.
บ้านในที่นี้ เค้าไม่ได้หมายถึงว่า เราจะต้องไปหาของประดับสุดหรูเพื่อทำให้บ้านน่าอยู่นะ
แต่หลักคิดในที่นี้คือ การนำหลักคิด “ฮุกกะ (Hygge)” เข้ามาช่วยในการสร้างมุม/พื้นที่ของความสุขเล็ก ๆ ภายในบ้านหรือห้องของเรา (เลยเป็นชื่อของหนังสือ Hygge Home)
แนวคิดฮุกกะกับบ้าน คือการสร้างบรรยากาศดีให้กับเราและคนรอบข้าง เป็นที่พักใจของเราจากโลกภายนอก
ว่าง่าย ๆ คือเปลี่ยนจากสถานที่อยู่อาศัย ให้กลายเป็น “บ้านที่แสนอบอุ่นใจ”
🥰 “บ้าน” จะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย
🥰 “บ้าน” จะต้องเป็นพื้นที่หลบภัยในช่วงเวลาแสนวุ่นวาย
🥰 “บ้าน” จะต้องเป็นพื้นที่สานความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัว
🥰 “บ้าน” จะต้องเป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและฮีลใจให้กับเรา
พื้นที่ฮุกกะเอง อาจจะเริ่มได้ตั้งแต่พื้นที่เล็ก ๆ ของมุมห้อง ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องไปเปลี่ยนแปลงบ้านทั้งหลังแต่อย่างใดนะ
— — — — — — — — — — — — — —
[ 😉💓 มาค้นหาและจัดแต่งพื้นที่ฮุกกะ ไปด้วยกัน ! ]
เราขอสรุปส่วนที่เราชื่นชอบจากแนวคิดของพื้นที่ฮุกกะมาให้เพื่อน ๆ อ่านกันคร่าว ๆ
(แต่ในหนังสือมีเยอะกว่านี้มากนะคร้าบบ)
1. ลองสร้างพื้นที่ฮุกกะภายในห้องแบบง่าย ๆ
✔ ใช้พรมเป็นตัวแบ่งพื้นที่ สร้างความอบอุ่นในห้อง
✔ จัดวางโคมไฟ หลากหลายรูปแบบ สร้างแสงอบอุ่นภายในห้อง (โทนสีเหลือง สีนวล หรือ warm white)
✔ สร้างพื้นที่นุ่มนิ่มเล็กๆ ให้เราสามารถลงไปนั่งหรือนอนกลิ้งในห้องได้สบาย ๆ (เช่น เบาะเล็ก ๆ หรือบีนแบ็ก)
✔ หากว่าห้องที่มีพื้นที่แคบและแสงสว่างเข้าน้อย ลองเล่นสีสันของอุปกรณ์ตกแต่งในห้องดูนะ
ฮุกกะสำหรับการตกแต่งห้อง คือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นหลายส่วนหลายมุม เพื่อให้เราสามารถมีกิจกรรมผ่อนคลายได้แบบไม่ตึงเครียด
ผู้เขียนเค้าแนะนำว่า ให้เราลองแบ่งพื้นที่ในบ้านสำหรับ “สังสรรค์” และ “เก็บตัว”
.
2. แสงที่ช่วยสร้างความสุข คือ “แสงแดดแสนอบอุ่นจากธรรมชาติ”
ไม่แปลกที่ชาวยุโรปเค้าจะชื่นชอบช่วงเวลาที่มีแสงแดดสาดส่องเอาเสียมาก ๆ โดยเฉพาะชาวยุโรปตอนเหนือ
เพราะในช่วงหน้าหนาวที่ไม่ค่อยมีแสงสว่างส่อง มันก็จะทำให้คนเป็นโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล เพราะขาดแสงแดด
(อย่างที่อังกฤษเอง หน้าหนาวก็มีกลางวันประมาณ 4-5 ชั่วโมงเอง เผลอๆบางวันฝนตกหิมะตก แดดไม่ออกอีกด้วย ❄)
สำหรับชาวไทยที่อยู่คู่กับแสงแดด (และความร้อนนนผ่าว🥵) ก็อาจจะไม่ได้เป็นอุปสรรคกับเราเท่าไร
อย่างไรก็ดี หากเราลองปรับพื้นที่ของห้องเรา ให้พอมีที่รับแสงได้อย่างพอเหมาะ ก็จะช่วยเสริมความสุขแบบฮุกกะภายในบ้านได้เหมือนกันนะ 😉
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังจัดแต่งห้องใหม่หรือสร้างบ้านใหม่
- ความยาวของห้องไม่ควรเกิน 4 - 5 เท่าของความสูงบานหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาได้อย่างพอดี
- ลองดีไซน์หน้าต่างบนหลังคาดู ก็ไม่เลวนะ ! (หรือเปล่านะ 😅)
- หน้าต่าง และ ความสูง มีบทบาทสำคัญต่อพื้นที่ของแสงแดด ยิ่งหน้าต่างสูง ห้องก็จะดูสว่างและรับแดดได้มากขึ้น
🤚 ☀ แต่ถ้าไม่ชอบหน้าต่างและแสงแดด
- ลองปรับแต่งของประดับให้มีสีสันโทนอบอุ่นมากขึ้น หรือใช้กระจกเงา ทำให้แสงเดินทางในห้องได้มากขึ้น ก็ช่วยได้นะ
- ใช้ลูกเล่นจากโคมไฟ เพิ่มสีสันแห่งความสุขในห้อง เช่น โคมไฟที่มีแสงส่องขึ้นด้านบน ช่วยเพิ่มบรรยากาศในห้อง, โคมไฟส่องลง ตั้งบนพื้นที่ทึบแสงสำหรับอ่านหนังสือ
ห้องที่เป็นฮุกกะ คือ ห้องที่มีแสงสว่างในโทนสีที่ดูอบอุ่น
ไม่ใช่จากไฟที่ติดอยู่บนเพดานนะคร้าบ แต่เป็นแสงไฟจากโคมไฟ หรือ แสงแดดจากธรรมชาติ
.
3. แบ่งพื้นที่ “ทำงาน” และ “พักผ่อน” ให้ชัดเจน 👐
อันนี้ไม่เชิงว่าจะทำได้ง่าย แต่คิดว่าถ้าจะจัดบ้านจริง ๆ คงต้องปรับเยอะเลย
เพราะตอนนี้หลาย ๆ คน คงน่าจะมีการ work from home กันจนชินแล้ว (เราเห็นหลายคนก็เข้าออฟฟิศแค่ 3 วัน ทำงานที่บ้านอีก 2 วัน)
แบบนี้ยิ่งต้องแบ่งพื้นที่ทำงานและพักผ่อนให้ชัดเจน
แนวคิดของฮุกกะคือ การออกแบบสร้างสุข
สำหรับสุขของการทำงาน คือ ห้องทำงานจะต้องมีความเรียบง่าย มีพื้นที่สำหรับ Video call ที่ทำให้เพื่อนร่วมงานอยากคุยกับเรา
การทำงานไม่จำเป็นจะต้องนั่งแค่บนโต๊ะพร้อมกับจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่เสมอไป..
ลองปรับเป็นนั่งบนโซฟาหรือ เก้าอี้วางพื้นนุ่ม ๆ สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศ ก็ไม่ได้แย่นะ 😉
สำหรับแสงที่ช่วยให้เรา Focus กับการทำงาน
ต้องขอบอกว่า แสงโทนอบอุ่นแบบฮุกกะ คงจะไม่เหมาะสมเท่าไร…
เพราะแสงโทนอบอุ่น จะทำให้เราไม่ตื่นตัว เฉื่อยชา
ตรงนี้คงต้องเลือกจัดแสงไปให้ดีนะคร้าบ 😆
🤚😨 และหากว่าเรากลัวการบ้างานที่บ้านมากเกินไป
ลองออกแบบมุมนั่งเล่น และของเล่นชิ้นโปรด ให้อยู่ในระยะสายตาของเรา เพื่อที่…เราจะได้ไม่ลืมการ “พักผ่อน” 😴
.
4. ระวังมีความสุขมากไปจนห้องรกนะ ! 😱
ไม่ว่าเราจะตกแต่งหรือเพิ่มเติมอะไรเข้าบ้าน ให้นึกถึงประโยชน์ของการใช้สอยเป็นหลัก
🤔 ลองถามตัวเองดูว่า…
“คุณต้องการห้องนี้ สำหรับทำอะไร ? ”
“คุณต้องการอะไร เพื่อให้เกิดความสบายใจในการอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ ?”
“สิ่งสิ่งนี้ จำเป็นมากหรือเปล่า หรือ ช่วยเพิ่มความสุขในบ้านได้อย่างไร ?”
ของบางอย่าง ก็กินพื้นที่จนเกินความจำเป็น แถมสิ้นเปลืองเงินด้วย 💸
หลักแนวคิดแบบฮุกกะ เค้าบอกว่าให้จัดเรียงลำดับความสำคัญของชีวิต
เช่น ถ้างานอดิเรกที่เราถนัดคือการวาดรูป
ถ้าเช่นนั้น คุณควรจะมีของที่ช่วยเพิ่มแรงบันดาลใจหรืออุปกรณ์ที่ส่งเสริมต่อการวาดภาพ
ถ้าเป็นอย่างอื่นที่เราได้แค่อยากได้เพิ่มเติมตามกระแส คงต้องลองกลับไปถามตัวเองและจัดเรียงคงามสำคัญใหม่
🏡 บ้านฮุกกะ คือบ้านที่มีพื้นที่ที่หลากหลาย แบ่งการทำงานที่ชัดเจน และมีพื้นที่ที่เรารัก
🏡 บ้านฮุกกะ ไม่ใช่บ้านที่เต็มไปด้วยความรกของสิ่งของที่เราคิดว่าจะทำให้เรามีความสุข (หรือแม้แต่น้องหมาน้องแมวของเรา ก็คงไม่ได้มีความสุขด้วย)
— — — — — — — — — — — — — — — —
นอกจากเรื่องราวของการจัด “บ้าน” ให้น่าอยู่แล้วเนี่ย
อีกสิ่งหนึ่งที่เราจะละเลยกับการจัดการไม่ได้เลยก็คือ…ตัวและเวลาของเรานั่นเอง
ตัวของเราก็ต้องมีพื้นที่ฮุกกะภายในจิตใจเหมือนกันนะ
🤚😆 แต่เราคงจะขอหยุดการเล่าเรื่องแต่เพียงเท่านี้ ไม่เช่นนั้นคงได้ออกทะเลไปจากหัวข้อกันไกลแน่นอน 😂
เราอ่านในหนังสือคำพูดประโยคนึงที่น่าสนใจ เค้ากล่าวไว้ว่า “ถ้าเราเริ่มเปลี่ยนแปลงบ้าน บ้านก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงเรา”
“บ้านที่แสนสุข จะช่วยให้เติมความหวัง ความฝัน และแรงบันดาลใจ ให้เราก้าวไปข้างหน้า”
ความสุขที่แสนสุดของเรา สามารถสร้างขึ้นได้ที่ “บ้าน”
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะเริ่มค้นหาพื้นที่ฮุกกะของตัวเองกันได้ต่อนะคร้าบ 🤗🥰
#ฮุกกะ #Hygge
#หาความสุข #เดนมาร์ก
#MindStory #InfoStory
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- สรุปจากส่วนหนึ่งของหนังสือ “My Hygge Home: จัดบ้านน่าอยู่ด้วยปรัชญาความสุขฉบับฮุกกะ”
- สรุปจากส่วนหนึ่งของหนังสือ “ฮุกกะ : ปรัชญาความสุขฉบับเดนมาร์ก”

เน้นให้แสงธรรมชาติเข้าถึง ใช้สีโทนอ่อนอบอุ่น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ 🥰

มีการแบ่งพื้นที่ และมีพี้นที่นุ่มนิ่มสุดสบายใจ
(ภาพจาก stockphoto)

โคมไฟเล็กๆ ที่ให้สีโทนเหลือง หรือ warm white เท่าที่พวกเรานึกถึงก็จะเป็นหน้าตาแบบนี้ ☺️



