Christmas tree decorations — ของประดับต้นคริสต์มาสรอบโลก
ก่อนที่โลกจะรู้จักเทศกาลและคำว่า “คริสต์มาส”
ก่อนที่ต้นสนพร้อมของตกแต่งเข้าธีมสีแดงจะถูกตั้งกลางห้อง เป็นของประดับประจำเทศกาลคริสต์มาส 🎁🌍
❄️ มนุษย์มี “ฤดูหนาว” ที่หนาวเหน็บ ไร้ซึ่งเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ที่มอบความอบอุ่นแบบสมัยนี้ โดยเฉพาะฤดูหนาวในยุโรปเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน ไม่ใช่ภาพโรแมนติกแบบเกล็ดหิมะตกเบา ๆ ที่เรามักเห็นกัน
แต่คือความมืด ความหนาว ความอดอยาก และความไม่แน่นอนของชีวิต
เทศกาลคริสต์มาส เดิมทีจึงไม่ได้เริ่มจากเรื่องราวของศาสนา แต่เริ่มจาก 'ความเชื่อเรื่องแสงสว่าง' ของชาวโรมันและนอร์ดิกที่เฉลิมฉลองการกลับมาของดวงอาทิตย์ในคืนที่หนาวที่สุด (Winter Solstice) พวกเขาใช้พืชสีเขียวเพื่อสื่อถึง 'ชีวิต' ที่ไม่ยอมตายท่ามกลางหิมะ ☀️
จนกระทั่งในศตวรรษที่ 4 ศาสนจักรในสหราชอาณาจักรได้รวบรวมความเชื่อเหล่านี้ให้กลายเป็นวันสมโภชพระคริสต์ เปลี่ยนจากเทศกาลพื้นบ้านสู่พิธีกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ 🙏 และส่งต่อความยิ่งใหญ่มาถึงยุคของ 'ควีนวิกตอเรีย' ที่ทำให้การแต่งต้นไม้กลายเป็นเทรนด์โลกไปตลอดกาล
หุยย….. เกริ่นมาซะยาว แถมดูจริงจัง 😂
แห่ะ ๆ แต่อันที่จริงแล้ว ในโพสนี้พวกเรา InfoStory จะมาพูดถึงเรื่องราวของ ของประดับต้นคริสต์มาสรอบโลก (Christmas tree decorations) ที่เราอาจไม่คุ้นตา แต่เพื่อนบ้านรอบโลกของเราเขานิยมนำมาติดต้นคริสต์มาสกัน (ไม่ตรงกับที่เกริ่นซะอย่างนั้น 🤣)
งั้นไปอ่านเรื่องราวชวนอินไปกับเทศกาลคริสต์มาสกันดีกว่า ! 🎅✨

— — — — — — — — — — — — — — — —
[ Boules de Noël 🇫🇷 🇩🇪]
ลูกแก้วประดับ - ความอุดมสมบูรณ์ 🍎✨
แต่เดิมทีชาวฝรั่งเศสเขาไม่ได้ใช้ลูกแก้วประดับนะ แต่ว่ากันว่าในศตวรรษที่ 16 ในยุโรปเก่าแก่ ผลไม้คือสิ่งที่หายากที่สุดในฤดูหนาว และการแขวนผลไม้บนต้นไม้ ไม่ใช่การตกแต่ง แต่คือ คำอธิษฐานขอให้ฤดูกาลใหม่ไม่อดอยาก นั่นเองคร้าบ
ทีนี้ ในช่วงปี ค.ศ. 1858 ที่ฝรั่งเศสได้เกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น คือว่าในปีนั้น ฤดูหนาวโหดร้ายจนผลไม้ขาดแคลนทั่วฝรั่งเศส แล้วได้มีเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Goetzenbruck ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส (ติดกับเยอรมนีไปทางเมืองสตารส์บูร์ก หรือเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีตลาดคริสต์มาสแห่งแรกของโลก) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านช่างแก้วได้เป่าลูกแก้วทรงกลมสีแดงขึ้นแทน “แอปเปิล” และแขวนบนต้นคริสต์มาสในปีนั้น หลังจากนั้นจึงกลายเป็นของตกแต่งที่ไม่ต้องนำแอปเปิ้ลจริงมาใช้ประดับไปเรียบร้อย 🎄💫
.
[ Nussknacker 🇩🇪 ]
ตุ๊กตาทหารไม้ - ปกป้อง คุ้มครอง 🪖
ในสังคมชาวบ้านเยอรมันช่วงศตวรรษที่ 17–18 ภาพจำของฤดูหนาวอาจไม่ดีมากเท่าไร อาจด้วยเพราะความหนาวรุนแรง อาหารขาดแคลน โจรผู้ร้ายที่ฉวยโอกาส รวมถึงความไม่มั่นคงในช่วงปีใหม่ (เอาดีดีนะ ตอนนี้เราก็เห็นข่าวก่อการร้ายในตลาดคริสต์มาสบ่อย ๆ อยู่เหมือนกันนะ 😰)
ความน่ากลัวตรงนี้ ก็คล้าย ๆ กับการที่ผู้คนกลัวและหมดความหวัง
ตุ๊กตาหุ่นทหารไม้หน้าตาแบบนี้ละ คือหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งความหวังและการอยู่รอด
คนเยอรมันเชื่อว่าหน้าที่ของ “ทหารยืนเฝ้าบ้าน” คือคอยอ้าปากไล่วิญญาณชั่วร้าย
ดังนั้น ตุ๊กตาไม้ Nussknacker ที่อ้าปากกว้าง แข็งแรง และ “หน้าดุ” จึงถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องนั่นเอง
จนในช่วงศตวรรษที่ 19 ด้วยความที่คริสต์มาสก็ถูกทำให้ “เป็นครอบครัวมากขึ้น” และ “โรแมนติกขึ้น”
ช่างไม้เยอรมนี จึงค่อย ๆ ปรับหน้าตา Nutcracker ให้เป็นที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน
💃✨ เราไปหามา มันก็มีเรื่องราวเล็ก ๆ อีกเช่น บัลเลต์ The Nutcracker ซึ่งประพันธ์โดย ไชคอฟสกี (Tchaikovsky) เปิดแสดงครั้งแรกในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ปี 1892 โดยดัดแปลงมาจากนิทานเยอรมันชื่อ The Nutcracker and the Mouse King ก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ให้ตุ๊กตา Nutcracker กลายเป็นฮีโร่ตัวจิ๋ว หรือในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ทหารอเมริกันที่ประจำในเยอรมนีนำ Nutcracker กลับบ้านเป็นของฝาก ประกอบกับความนิยมของบัลเลต์ The Nutcracker ในอเมริกา จึงทำให้กลายเป็นของตกแต่งต้นคริสต์มาสนั่นเองคร้าบ
.
[ Presepio 🇮🇹 ]
🕯️ ฉากประสูติของพระเยซู - ความรักและความถ่อมตน
ย้อนกลับไปศตวรรษที่ 13 ศาสนาคริสต์ในยุคนั้น อาจเป็นหนึ่งในเรื่องที่สะท้อนถึงการศึกษาในสมัยนั้น การเรียน อ่าน เขียน พูด เพราะฉะนั้น ศาสนาที่เข้าใจได้เนี่ย เลยเป็นเรื่องของ “นักบวชและคนอ่านออกเขียนได้”
แต่สำหรับประชาชนชาวอิตาลีส่วนใหญ่จะเป็น ชาวนา ช่างฝีมือ คนยากจน ไม่ได้มีการศึกษามากนักในยุคนั้น จึงเข้าไม่ถึงคำสอนที่เป็นลายลักษณ์ เพราะอ่านคัมภีร์ไม่ได้ นักบวชฟรานซิสแห่งอัสซีซี (St. Francis of Assisi) จึงสร้างฉากจำลองการประสูติ” จากสัตว์จริง+คนจริง เพื่อให้คนธรรมดา “เห็น” ศาสนาแทนการ “อ่าน” ❤️🙏
คำถามสำคัญคือ….. แล้วจะเอาไว้ที่ไหนและตอนไหนดี ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกพิเศษ แน่นอนว่าต้องเป็นในฤดูหนาวที่ผู้คนไร้ความหวัง และต้องการแสงสว่าง ก็ต้องวางข้างๆต้นคริสต์มาสนั่นเองคร้าบ
ว่ากันว่า Presepio ขนาดยักษ์บางแห่ง ใช้ หุ่นฟางหลายร้อยตัว และสร้างใหม่ทุกปีด้วยนะ
.
[ Christmas Crackers 🇬🇧 ]
🎉🎉ประทัดกระดาษ - ความสนุกสนาน
หนึ่งในชาติที่ฉลองคริสต์มาสได้สนุกสนาน หากไม่นึกถึงอังกฤษก็คงจะไม่ได้ ในปี ค.ศ. 1847 มีพ่อค้าขนมหวานชื่อคุณ Tom Smith ในกรุงลอนดอนที่ต้องการขาย “ลูกอมบรรจุกระดาษ” ให้ดูตื่นเต้นกว่าเดิม ครั้งแรกเขาใส่ “ข้อความหวาน ๆ สำหรับคู่รัก” แต่สินค้าก็ยังไม่ดัง จนเขาได้ยินเสียง “ไม้ฟืนแตกป๊อก” ในเตาไฟช่วงฤดูหนาว แล้ว…..จึงปิ๊งไอเดียว่า ถ้ากระดาษมันดัง “ป๊อก !” ได้ก็คงขายดีขึ้น
เขาจึงใส่กลไกให้ดึงแล้วเกิดเสียง และเติมของเล่นเล็ก ๆ หมวกกระดาษ และมุกตลก(แห้ง ๆ แนวประชดประชันแบบอังกฤษ) ลงไป
ง่าย ๆ แค่นี้เลย เสียงป๊อกหลังจากดึงเจ้าประทัดกระดาษมา ก็เป็นเสียงสมองของชาวอังกฤษรับรู้กันว่า ได้เวลาาาาปาร์ตี้แล้วจ้าา ! นั่นเองคร้าบผม (แต่สำหรับเราแล้ว เออ… มันก็สะดุ้งอยู่นะ เหมือนลูกโป่งแตก 555) 🥳🥳
.
[ Julbock 🇸🇪 🇳🇴]
🐐 หุ่นแพะฟาง - ส่งความสุข
มาที่ฝั่งชาวสแกนกันบ้างง ถ้าเป็นศาสนาคริสต์ เราก็จะนึกภาพซานต้าครอสขี่กวางมาแจกของขวัญกันเนอะ
แต่สำหรับชาวสแกนดิเนเวียในยุคก่อนหน้านี้ ก็คงจะต้องนึกถึงตำนานเทพนอร์ส โดยหุ่น “แพะฟาง” ที่เราเห็นกันในภาพอินโฟนี้ จะย้อนกลับไปถึงเทพเจ้าสายฟ้านอร์ส “ธอร์ (Thor)” (บางคนก็หน้าพี่คริสลอยขึ้นมา หรือบางคนอาจเป็นเทพกล้ามผมสีแดงจากมังงะ record of ragnorok) ⚡🐐
ซึ่งเชื่อกันว่าเดินทางด้วยรถเทียม “แพะสองตัว” คือ Tanngrisnir และ Tanngnjóstr (เอ้า…เสียงกรี้ดแพะ ลอยมาอีก) เป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ความอุดมสมบูรณ์ การปกป้องบ้าน สำหรับที่สวีเดน เขาจะเรียกกันว่า “Yule Goat” จะเป็นผู้เอาของขวัญมาให้เด็ก ๆ นั่นเอง 🎁
.
[ Christmas Stocking 🇹🇷 🇺🇲 ]
🧦 ถุงเท้าแขวนใส่ของขวัญ สุดคุ้นหูคุ้นตา
แต่ที่เราแอบตกใจนิดนึง คือต้นกำเนิดของ “ถุงเท้าแขวน” ไม่ได้มาจากอเมริกาหรือฝั่งยุโรป แต่มาจาก นักบุญนิโคลัส (Saint Nicholas) บิชอปในเอเชียไมเนอร์ (ปัจจุบันคือตุรกี) เมื่อราวศตวรรษที่ 4 นั่นเลยละคร้าบ
เอ้า ไปไงมาไง มาตุรกีได้ไง !!
คืองี้เขามีตำนานเล่าว่า มีครอบครัวชาวตุรกีหนึ่งที่ยากจนจนไม่มีสินสอดให้ลูกสาวสามคน ในคืนหนึ่งนักบุญนิโคลัสแอบ “โยนถุงทองคำ” เข้าไปในบ้าน ถุงทองตกลงใน “ถุงเท้าที่ตากไว้ใกล้เตาผิง”
เหตุการณ์เล็ก ๆ นั้น กลายเป็นต้นกำเนิดของธรรมเนียมชาวตุรกีที่ว่า “ถ้าเด็ก ๆ แขวนถุงเท้าไว้ ซานตาจะเอาของขวัญมาให้” 🎅💖
สำหรับพวกเราแล้ว เด็ก ๆ ก็แขวนเอาไว้เพื่อให้พ่อกับแม่เห็นได้ชัดดดชัดดดด นั่นเองคร้าบ 🤣
.
[ Ded Moroz 🇷🇺]
มาที่รัสเซียกันสักนิด ❄️🎅
หน้าตาเขาอาจจะดูคล้ายกับพ่อมดขาวจากเรื่องลอร์ดออฟเดอะลิง แต่ว่าเรากำลังพูดถึงซานต้าครอสของชาวรัสเซีย ซึ่งมาจากตำนานของชาวสลาฟมี “ผู้นำฤดูหนาว” ของตัวเองอยู่แล้ว
เขาผู้นี้มีชื่อว่า Ded Moroz (เด็ด โมโรซ)
แปลตรงตัวว่า “พ่อปู่แห่งความหนาวเย็น” 🥶✨
รากเหง้าของพ่อปู่เนี่ยไม่ใช่นักบุญแบบตำนานอื่น ๆ นะ
แต่คือ วิญญาณฤดูหนาว ในความเชื่อสลาฟโบราณ ซึ่งทั้งน่าเกรงขามและน่าเคารพ
เพราะฤดูหนาวของรัสเซียไม่ใช่แค่ความหนาว แต่คือบททดสอบชีวิต (อะหู้ววววววว 🥶)
เมื่อเวลาผ่านไป ภาพจำของ Ded Moroz ค่อย ๆ ผสานเข้ากับความเชื่อคริสต์ แต่ยังคงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนซานต้าตะวันตกคือเรื่องของรูปลักษณ์นั่นเองคร้าบ (สีฟ้าแบบเอลซ่าเด่นขึ้นมาเลย)
.
[ Nochebuena 🇲🇽 ]
🌺 ฉายาดาวแห่งเบธเลเฮมสีแดงสด หรือมันก็คือ Poinsettia เป็นดอกไม้ประจำคริสต์มาสทั่วโลก (เอาดีดีนะ…เราก็เพิ่งจะสังเกตนี้ละ เจอของแต่งหลายชิ้นในอิเกียเป็นเจ้าดอกนี้ เราก็เพิ่งทราบนี่ละ 🤣🤣)
แต่ความหมายที่แท้จริงกลับมีรากความเชื่อมาจากประเทศเม็กซิโก
โดยชื่อท้องถิ่นของดอกไม้สีแดงสดนี้ในเม็กซิโกคือ “Nochebuena” แปลว่า “ค่ำคืนอันประเสริฐ / Holy Night”
สื่อถึงค่ำคืนก่อนวันประสูติของพระเยซู
ชาวเม็กซิกันตีความสีของมันอย่างลึกซึ้งเลยทีเดียวนะ
❤️สีแดงสด = พระโลหิตแห่งการเสียสละ
💚สีเขียว = ชีวิตใหม่ แสงแห่งความหวัง และสีประจำฤดูใบไม้ผลิ
ตำนานพื้นบ้านชาวเม็กซิกันเล่าว่า มีเด็กหญิงยากจนไม่มีของถวายโบสถ์ จึงเด็ดวัชพืชริมทางมาเป็นของขวัญ
แต่เมื่อวางต่อหน้าแท่นบูชา มันกลับ “ผลิบานเป็นสีแดงสด” กลายเป็นสัญลักษณ์ว่าความตั้งใจบริสุทธิ์นั้นมีค่ามากกว่าสิ่งของราคาแพง 🫨
.
[ 🪵 Caga Tió 🇪🇸 ]
ขอนไม้ “อึ” มอบของขวัญ
เอาดีดีนะ เราแอบชอบเรื่องราวของเจ้าขอนไม้นี่ เรื่องไม่มีอะไรเท่าไร แต่น่ารักดี
มองจากภาพ คนส่วนใหญ่อาจคิดว่ามันเป็นของตกแต่งคริสต์มาสแบบกุ๊กกิ๊กสายมุ้งมิ้ง
แต่ความจริงคือ รากของ Caga Tió ลึกกว่า และเก่ากว่าคริสต์มาสไปพอสมควร 🪵
เดิมทีมันมีความเป็น “พิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์” แบบชาวชนบทคาตาลันผสมอยู่เต็ม ๆ
ส่วน “อึ 💩” คือสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่ยุคชาวนา
เพราะอุจจาระ = ปุ๋ย = ฤดูใหม่ที่อุดมสมบูรณ์ 🌱
ในความเชื่อเก่า มันเท่ากับ “การคืนชีวิตให้ผืนดิน”
ดังนั้นเจ้าขอนไม้ Caga Tió ไม่ได้จึงไม่ได้ถูกตีก้นให้อึเพื่อเอาฮา
แต่คือการ “ปล่อยของดี ปล่อยโชค” ให้สำหรับปีใหม่ตะหากละ
เหมือนการให้โชค ให้ผลผลิต ให้ความอุดมสมบูรณ์ 🌟🌱
โดยเด็ก ๆ จะร้องเพลงสั่งว่า “Caga Tió, cagarró!” 🎶 (ประมาณว่า “เอ้า ปล่อยอึออกมานะ!”)
พร้อมตีขอนไม้ด้วยไม้เล็ก ๆ
ซึ่งความฮา (รึเปล่า) ของเจ้าขอนไม้ Caga Tió ก็คือว่า มันจะถูกดีไซน์ให้มีใบหน้าที่ยิ้มให้ พร้อมโดนตีตูดในทุก ๆ ปี 😆
.
#InfoStory #Christmas
#คริสต์มาส #เทศกาลคริสต์มาส
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- บทความ A Short History of Christmas Greenery จากเว็บ English Heritage
- บทความ History of Christmas Trees จากนิตยสาร History
- บทความ The History of Christmas Nutcrackers จากเว็บ whychristmas
- บทความ The History of Crystal Christmas Balls จากเว็บ artisanducristal
