เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จัดเลี้ยงฉลองวันเกิดคนในครอบครัว
มีญาติท่านนึงนำแอปเปิ้ลไวน์ (Apple wine) มาฉลองให้กับเจ้าของวันเกิด 🍎🍷
(อันนี้เป็นแอปเปิ้ลไวน์ ที่ไม่ใช่ Cider นะคร้าบ)

พอได้ลองชิมแล้วก็ โอ้ ! รสชาติใหม่ (อาจใหม่เพราะเราไม่ค่อยได้ลองทานไวน์ผลไม้อื่น ๆ นอกจากไวน์องุ่นแน่ ๆ เลย)
ก็เลยพลันนึกถึงไวน์กล้วย ที่เคยไปลองชิมที่ฟิลิปปินส์ ก็เลยเริ่มเกิดความสนใจ
ด้วยความที่เป็นมือใหม่สไตล์ InfoStory เลยอยากรู้เรื่องราวว่ามันมีไวน์ผลไม้แบบไหนบ้างนะ (ที่ไม่ใช่ไวน์องุ่น)
พวกเรา InfoStory จึงไปจัดหาและเขียนเรื่องราวความเป็นมาให้เพื่อน ๆ อ่านกันเพลินเพลิน
ว่าแล้ว ก็ไปรับชมกันเลยดีกว่าคร้าบบ ! 😊👇
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
[ ไวน์ผลไม้ มันถูกค้นพบตอนไหนกันนะ ? หรือว่ามันเป็นเพียงแค่ไวน์ที่หลบอยู่ใต้เงาของไวน์องุ่น ? ]
ไวน์ผลไม้ (Fruit Wine) เป็นไวน์ที่ผลิตคล้ายไวน์องุ่น เพียงแต่ใช้ผลไม้ชนิดอื่น ๆ และไม่ต้องใช้เวลาหมักที่นาน ไม่ต้องมีกระบวนการเยอะแบบไวน์องุ่น (บางชนิดอย่าง Sangria ก็อาจมีผสมกับไวน์องุ่น)
หรือ ถ้าเป็นไวน์ผลไม้ที่ไม่ผสมองุ่นเลย จะเรียกตรงตัวว่า "Non-Grape Wine" 🍷🍎🍊🍉🍌
ต้นกำเนิดของไวน์ผลไม้เนี่ย ก็ว่ากันว่าอาจเกิดขึ้นพร้อมกับตอนที่มนุษย์ได้เรียนรู้วิธีการผลิตไวน์องุ่น (จากน้ำขังของเถาองุ่นที่พวกเราเคยเล่าไป)
เท่าที่ค้นหามา นักประวัติศาสตร์เคยระบุไว้ถึงการค้นพบไวน์ผลไม้ ที่ทำจากลูกฟิกและแตงโม เมื่อประมาณ 15,000 ปี ซึ่งตรงกับอารยธรรมเมโสโปเตเมีย (เขาบอกว่าพบที่ Mesopotamia Valley) ⛰
ซึ่งนักประวัติศาสตร์ยังได้ประมาณการจากซากไหหมักที่พบว่าตัวน้ำของไวน์ผลไม้ชนิดนี้มีความเหนียวมากกว่าไวน์องุ่นปกติ ซึ่งน้ำตาลน่าจะสูงและปริมาณแอลกอฮอล์น่าจะเกิน 30%
💡อันที่จริงแล้ว ประวัติศาสตร์ต้นกำเนิดของไวน์ผลไม้ อาจย้อนไปไกลได้มากกว่านั้น
เพียงแต่ว่า…บันทึกในประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของมนุษย์ มักจะเอนเอียงไปทางความยึดติดที่ว่า ไวน์จะต้องทำมาจากองุ่น เสียมากกว่า 🤔
คือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศาสนาที่ว่าสีไวน์องุ่นที่เปรียบเหมือนตัวแทนของโลหิตจากพระเจ้า, เรื่องของค่านิยมและการแบ่งชนชั้นที่ส่งถอดมาตั้งแต่สมัยโบราณด้วยการดื่มไวน์องุ่น
แต่เรื่องหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของไวน์องุ่น คือ ลักษณะเฉพาะตัวขององุ่นที่ทำให้ไวน์มีรสชาติลงตัวมากที่สุด และผลิตได้เป็นระบบมีแบบแผนมาก (คือผลิตให้ถูกปากคนได้ง่ายกว่า แถมมีให้เล่นหลากหลายพันธุ์อีก)
แต่เอาเป็นว่าในบทความนี้ เราจะไม่เชียร์ไวน์องุ่นนะคร้าบ (555 เกือบลืมซะแล้ว) 😅✋
☝️🍷🍊กลับมาที่ไวน์ผลไม้กันต่อดีกว่า !
(เอ้า ตัดกลับง่าย ๆ กันสไตล์ InfoStory แบบนี้ละ ฮ่า ๆ)
อันที่จริง ไวน์ผลไม้ ก็ไม่ได้เงียบหายไปนะ แต่กลับเป็นที่นิยมชมชอบไล่เลี่ยกับไวน์องุ่นมาเลย (แต่ไม่มากเท่า)
ยกตัวอย่างเช่น
- อาลีเยนอร์แห่งอากีแตน สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ (Eleanor of Aquitaine) ทรงโปรดปรานมากไวน์ที่ทำจากลูกแพรเอาเสียมาก ๆ (ในช่วงศตวรรษที่ 12)
- เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ยังชอบดื่มไวน์ผลไม้อย่าง ไวน์พีชและไวน์ลูกฟิก
สำหรับอนาคตของไวน์ผลไม้
เราได้ไปอ่านบทความ “Why Fruit Wines Are the Next Big Thing in Natural Winemaking” ของเว็ปไซต์สาระความรู้อย่าง Thrillist
ซึ่งใจความสำคัญอย่างหนึ่งที่น่าคิดต่อ คือส่วนหนึ่งของบทความ ที่เขาทำนายไว้ว่า “ไวน์ผลไม้ อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดจากไวน์องุ่นในอเมริกาในอนาคตอันใกล้”
สาเหตุสำคัญคือ สภาวะอากาศที่แปรปรวนและ ร้อนมากเกินไป หนาวมากเกินไป หรือ แห้งแล้งจนทำให้สภาพดินไม่สมบูรณ์ เหล่านี้เป็นตัวการที่ทำให้องุ่น(ไวน์)ปลูกยากขึ้น(หรือเพื่อน ๆ อาจคุ้นกับคำนิยามว่า แตร์รัว)
ต้นทุนของไวน์องุ่น ก็สูงมากขึ้น… องุ่นบางสายพันธุ์ น้องก็ปลูกให้งอกงามทันกินค่อนข้างยาก
จนผู้ประกอบการหน้าใหม่เริ่มหันไปผลิตไวน์ผลไม้อื่น ๆ แทน
รวมถึงผู้บริโภคไวน์สมัยใหม่ ไม่ได้อินกับการดื่มด่ำกับรสชาติที่ซับซ้อน (แค่หวานนำหน่อย ดื่มง่ายสบาย ซึ่งตรงนี้ ไวน์ผลไม้ที่ผสมน้ำตาล ก็เป็น shortcut ดีดีทางหนึ่ง)
– –
เท่าที่พวกเราเข้าใจในแบบฉบับมือใหม่
ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงไวน์ผลไม้แบบง่าย ๆ คือ สามารถทำได้เอง คล้าย ๆ กับการหมักเบียร์ (เพียงแค่ไม่ใช่เบียร์ เพราะว่าใช้แค่ผลไม้+น้ำตาลและยีสต์)
ยกตัวอย่างเช่น ไวน์กล้วย (Banana Wine) ที่สามารถทำเองที่บ้านได้ (อันนี้เราไปดูคลิปที่มีฝรั่งเขาเคยทำมานะคร้าบ ไม่ได้เคยลองเองเด้อ)
เค้าก็นำกล้วย หั่นเป็นแว่นและนำไปหมัก
โดยหากเราเติมน้ำตาลเยอะ + ยีสต์ที่ทนต่อความเค้น (high-tolerance yeast) ผลที่ได้ออกมาก็จะเป็นไวน์ผลไม้ที่มีความหวานสูงและแอลกอฮอล์สูง
ในทางตรงข้ามกันถ้าเราใช้น้ำตาลน้อยและยีสต์แบบ low-tolerance yeast ก็จะทำให้ไวน์มีลักษณะเป็นดรายไวน์ (dry) และแอลกอฮอล์จะไม่สูงมาก (ซึ่งผลไม้บางชนิด ก็อาจไม่เหมาะกับการทำแบบดรายไวน์)
เรื่องตรงนี้เลยทำให้พวกเรานึกถึงการหมักเหล้าบ๊วยอย่างอูเมะชูของญี่ปุ่นเลย ที่ทำได้ไม่ยากมากและมีลูกเล่นที่น่าสนใจเหมือนกัน เพียงแต่อูเมะชูจะไม่ใช่ไวน์นะคร้าบ (เพราะเป็น บ๊วย + เหล้าเบส + น้ำตาล)
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
[ จุดแตกต่างของไวน์ผลไม้ กับ ไวน์องุ่น ]
ตรงนี้พวกเราขออนุญาตเรียบเรียงตามความเข้าใจของเรานะคร้าบ 😊🙏
1. รสชาติไม่มีความซับซ้อนเท่าไวน์องุ่น
เท่าที่ลองชิมและค้นหาข้อมูลอ้างอิง โดยส่วนใหญ่แล้ว ไวน์ผลไม้ทั่วไป (สับปะรด แอปเปิ้ล เชอร์รี) จะมีรสนำที่ชัดเจนอยู่ (สำหรับเราคือ ออกหวานนะ) เข้าใจว่ามีตัวที่เป็น Dry ด้วย แต่ว่า..ยังไม่เคยลองเลยคร้าบ แต่เข้าใจว่าก็คงออกหวานนำอยู่ดีเพราะหลายตัวใช้น้ำตาลในการผลิตหลัก
2. ไม่มีกฎเกณฑ์เยอะ ไม่ต้องใช้เวลาในการหมักนานเหมือนไวน์องุ่น
จากที่เราเห็นมียูทูปเบอร์ชาวฝรั่ง เขาได้สอนวิธีการทำ(และหมัก)ไวน์ผลไม้แบบง่าย ๆ กันเยอะ (homemade) บ้างก็ใช้เวลาไม่นาน หลักอาทิตย์ จนไปถึง 3-6 เดือนเลยก็มี (แอบนึกถึงหมักเหล้าบ๊วยอูเมะชู อีกแล้วละคร้าบ แต่ว่ามันไม่เหมือนกันนะ ฮ่า ๆ)
👉 แต่ถ้าจะเป็นโรงผลิตไวน์ผลไม้ที่มีคุณภาพ… คือผลิตแบบจริงจัง ก็พบว่าอาจยากกว่าองุ่นเสียอีก
เพราะแครักเตอร์ (character) ของผลไม้มันหลากหลายกว่าองุ่น ซึ่งการจะทำให้ออกมาให้อร่อยหรือถูกปากผู้บริโภคเนี่ย คงจะยากกว่าไวน์องุ่นพอควร…
3. ราคาที่เข้าถึงง่าย (กว่าไวน์)
ตามที่พวกเราเข้าใจคือ ช่องว่างทางเก็บภาษี ที่ไวน์ผลไม้ (สุราแช่) จะถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าไวน์ทั่วไปที่ทำจากองุ่น
รวมไปถึง ผลไม้ที่ใช้ทำ อาจไม่ได้มีต้นทุนสูงเท่ากับไวน์องุ่น (โดยเฉพาะหากนำเข้าไวน์องุ่นจากโรงบ่มที่มีแบรนด์)
ตัวของไวน์องุ่น พวกเราเข้าใจว่ามันถูกจัดอยู่ในกลุ่มของหรูหราสิ้นเปลือง จะโดนเก็บภาษีที่สูงกว่า
ในขณะที่ ไวน์ผลไม้ ถูกจัดอยู่ในหมวดของสุราแช่ รวมไปถึงไวน์องุ่นที่ผสมผลไม้ ก็จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดของสุราแช่อีกด้วยเช่นกัน (มี alc ไม่เกิน 15%)
ตรงนี้เราเข้าใจว่ามีประเด็นให้ถกเถียงกันในเรื่องของฉลากไวน์อีกด้วยนะ..
เพราะบางทีผู้ผลิต/นำเข้าบางราย อาจใช้ช่องว่างทางภาษีตรงนี้ นำเข้าไวน์องุ่นบางตัว ที่ไม่ใช่องุ่น 100% เป็นตัวผสมผลไม้อื่น ๆ มาซะอย่างนั้น แต่จะระบุในฉลากก็ตัวเล็กม๊ากมาก (ภายใต้คำว่า Sweet wine)
คือถ้าเพื่อน ๆ ที่ไปเดินเลือกส่อง ก็อาจจะต้องอ่านฉลากให้ครบก่อนนะคร้าบ (แต่สำหรับเรามองดีดี มันก็เห็นนะคร้าบ คือเข้าใจว่าผู้ผลิตเอง ก็ไม่ได้ตั้งใจจะซ่อนแอบกับคำว่า Fruit wine แค่อาจใช้ฟอนต์ตัวเล็กลงมาหน่อยนึง เราอาจต้องอ่านฉลากให้ครบมากขึ้น)
– – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – – –
พอหอมปากหอมคอกันไปเช่นเคย
เดี๋ยวตอนต่อไปพวกเราจะพาเพื่อน ๆ ไปส่องกันสั้น ๆ ว่า ถ้าเราอยากจะทัวร์ชิมไวน์ฝรั่งเศสเนี่ย แต่ละแคว้นเค้ามีอะไรบ้าง ?
และปิดท้ายด้วยอัลบั้มไวน์โลกใหม่ จริง ๆ แล้วคร้าบบ 🥰🙏
#InfoStory
#Fruitwine
#ไวน์ผลไม้
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- หนังสือ The World Atlas of Wine เขียนโดย Hugh Johnson
- หนังสือ The Wine Bible เขียนโดย Karen Macneil



