อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

เมื่ออาหารอิตาลี ไม่ได้มีดีแค่ พิซซาและพาสต้า

เมื่ออาหารอิตาลี ไม่ได้มีดีแค่ พิซซาและพาสต้า

เมื่อคืนวันอาทิตย์ (จริง ๆ ต้องบอกว่าเกือบรุ่งเช้าของวั […]

เมื่อคืนวันอาทิตย์ (จริง ๆ ต้องบอกว่าเกือบรุ่งเช้าของวันจันทร์) ที่ผ่านมา

ทีมฟุตบอลอิตาลี สามารถเอาชนะอังกฤษ ไปได้อย่างสวยงาม ระหว่างการดวลจุดโทษ

เมื่ออาหารอิตาลี ไม่ได้มีดีแค่ พิซซาและพาสต้า

จึงทำให้เขาได้ก้าวเป็นแชมป์บอลยูโร 2020 อย่างเต็มปากเต็มคำ

วันนี้พวกเรา InfoStory ก็เลยนึกถึงเรื่องของความเป็นอิตาลี ที่นอกจากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟแล้ว

เรื่องของอาหารและชื่อคน (ที่สังเกตมาจากนักฟุตบอล) ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

แต่ในบทความภาพนี้ พวกเราขอหยิบเรื่องราวของอาหารอิตาลี มากันก่อน ไว้ตอนต่อไปจะพูดถึงเรื่องชื่อยอดนิยมและความหมายของชื่อชาวอิตาลีกัน

แน่นอนว่าถ้าพูดถึงอาหารอิตาลี

เราก็คงจะนึกถึง พาสต้า พิซซา หรือ มะเขือเทศ ที่เปรียบดั่งสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลีเนอะ

แต่จริง ๆ แล้ว

อาหารอิตาลี ที่อร่อยและมีดีเนี่ย มันไม่ได้มีเพียงแค่พาสต้าหรือพิซซา (และอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำซอสหรือมะเขือเทศไปซะทั้งหมด)

แล้วมีอะไรที่น่าสนใจบ้างนะ ?

วันนี้พวกเรา InfoStory จะพาเพื่อน ๆ ไปส่องกับภาพอินโฟกราฟิกสุดสบายตากัน !

--------------------------------------------

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากอ่านเรื่องราวสั้น ๆ ต่อ ก็เชิญได้เลยจ้า

เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า อาหารชาติใดได้รับการโหวตว่าเป็นอาหารจานโปรดอันดับที่ 1 จาก 24 ประเทศทั่วโลก ?

โอเค คำตอบที่อ้างอิงมาจาก ผลสำรวจของบริษัท Yougov อาหารอิตาลีได้รับความนิยมมากที่สุด !

โดยใน 5 อันดับแรก มีดังนี้

อันดับที่ 1 อาหารอิตาลี มีคะแนนความนิยมมากถึง 84%

อันดับที่ 2 อาหารจีน มีคะแนนความนิยมมากถึง 78%

อันดับที่ 3 อาหารญี่ปุ่น มีคะแนนความนิยมมากถึง 71%

อันดับที่ 4 อาหารไทย มีคะแนนความนิยมมากถึง 70%

ซึ่งอาหารอิตาลี ก็ดูเหมือนจะได้รับความนิยมมากในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศในทวีปยุโรปอย่างอังกฤษ หรือ ข้ามไปยังทวีปอเมริกา โดยเฉพาะอเมริกาใต้

(*บริษัท Yougov เป็นบริษัทจัดทำงานวิจัยและผลสำรวจโพล บนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับ การเมือง เรื่องสาธารณะ สินค้า แบรนด์ต่าง ๆ )

--------------------------------------------

อิตาลี เริ่มมีวัฒนธรรมการทานอาหารที่ชัดเจนของตัวเอง

ในช่วงยุคสมัยกลาง (Middle Ages) ก็คือช่วงประมาณศตวรรษที่ 9-10 ประมาณนี้

(แต่จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ก็มีนีนะ เพียงแต่ มันจะอยู่เพียงแค่ในกลุ่มของชาวบ้าน

อารมณ์แบบฝีมือคุณแม่ ฝีมือคุณยาย ส่งต่อกันมา)

แน่นอนว่าวัฒนธรรมการกินอาหาร และ ชนิดของอาหาร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ซะเป็นส่วนใหญ่ ผนวกกับจุดเด่นของอิตาลี คือ องุ่น มะกอก และธัญพืช ที่ชูจุดเด่นของมื้ออาหารเมดิเตอร์เรเนียนให้อร่อยยิ่งขึ้น

ตั้งแต่การล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน หรือ การล่มสลายของกรุงโรม จนมาถึงในช่วงช่วงอาณาศตวรรษที่ 9 - 10

ต้องบอกว่าชาวอิตาลี ได้รับอิทธิพลการแพร่ขยายของฝั่งตะวันออกกลางเข้ามามากโขอยู่

หนึ่งในนั่นก็คือ เรื่องของอาหารเครื่องเทศและผลไม้แห้งต่าง ๆ

เรื่องราวของความชอบปรุงอาหารของคนอิตาลีก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ที่เห็นได้ชัดของเป็น อาณาเขตที่อยู่ทางตอนใต้ของอิตาลีอย่างอาณาจักรซิซิลี ที่เป็นผู้ริเริ่มทำเมนูพาสต้าแห้ง เพราะเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เหมาะสำหรับนักเดินเรือ

จนมาถึงเมืองเนเปิลส์ ที่มีการเริ่มต้นทำพิซซา ก่อนที่จะกลายมาเป็นมรดกของโลกทางวัฒนธรรม อย่างในยุคปัจจุบันเนอะ

ขอย้อนกลับไปนิดนึง ตรงเรื่องของการที่อิตาลีเริ่มเปิดรับอาหารและเครื่องเทศ เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า มะเขือเทศ ไม่ได้เป็นพืชผลที่เกิดมาดั้งเดิมจากประเทศอิตาลีนะ

(ถึงแม้ปัจจุบันมันจะมีชื่อเสียงมากมายก็ตาม)

คนอิตาลีเพิ่มจะได้รู้จักกับมะเขือเทศ แบบจริงจังก็ช่วงศตวรรษที่ 16

จากอิทธิพลของทหารและนักสำรวจชาวสเปน รวมไปถึงชาวอเมริกาใต้ ที่นำเจ้าพืชผลสีแดงลูกกลม นี้ เข้ามายังอิตาลี

แต่คนอิตาลีที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปรุงอาหาร พัฒนาวัตถุดิบ

จึงได้นำมะเขือเทศมาเพาะพันธุ์พัฒนากันต่อ โดยเราก็คงจะคุ้นเคยกันดีกับ มะเขือเทศ Roma, Piennolo, Pachino เนอะ

อีกเรื่องที่น่าสนใจ ก็คือ ไอศกรีม Gelato ! (แค่นึกก็อยากทานแล้ว)

ไอศกรีม Gelato บางทีเราก็สับสนนะ ว่ามาจากฝรั่งเศส หรือ อิตาลีกันแน่

เพราะ เคยได้ยินเรื่องราวที่ฝรั่งเศสได้มีการเคลมว่า ไอเจ้าไอศกรีมนี้ มันเกิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 16

แต่ว่า...อันที่จริงแล้ว Gelato มันกำเนิดมาจากอิตาลี ในช่วงศตวรรษที่ 11 ในแคว้นซิซิลี

ซึ่งเจ้าไอศกรีมนี้ ชาวอิตาลีเองก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชาวอาหรับอีกทีหนึ่ง โดยชาวอาหรับ ที่เข้ามาอาศัยในอิตาลีตอนนั้น พวกเขาได้ทำของหวานสุดเย็นฉ่ำอย่าง เชอร์เบท โดยใช้น้ำตาลและน้ำผลไม้โดยแช่อยู่ในน้ำแข็งและเกลือ

จนต่อมาชาวเมืองแถบแคว้นซิซิลี ก็ได้พัฒนาสูตรของหวานเย็นฉ่ำนี้ จนกลายเป็น Gelato และได้ถูกเผยแพร่จากเหล่านักสำรวจ ไปยังประเทศสเปนและฝรั่งเศส ในเวลาต่อมา

(ว่ากันว่าชาวอาหรับผู้ที่คิดค้นเจ้านวัตกรรมการทานไอศกรีมเนี่ย พวกเขารู้จักวิธีการทำของหวานแช่แข็งแบบไอศกรีม มาตั้งแต่ 5,000 ปีก่อนแล้วนะ อันนี้ไม่แน่ใจว่าจริงไม่จริงอย่างใด)

--------------------------------------------

พอพูดถึงเรื่องรายละเอียดเล็กน้อยของการทานอาหารของชาวอิตาลี

พวกเราก็แอบตกใจอยู่ เพราะเพิ่งรู้ว่ามันมีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เราไม่ควรทำ

(แต่พวกเราก็ทำตลอดเลย แต่หลังจากนี้ ถ้ารู้แล้วจะพยายามไม่ทำในร้านอาหารอิตาลีแล้วจ้า... ฮือ)

- อย่าใส่ซอสมะเขือเทศลงในพิซซ่า หรือพาสต้า

- ไม่ขอเนยเพิ่ม เพื่อนำมาทาขนมปัง เพราะคนอิตาลีจะไม่นิยมเสิร์ฟเนยคู่กับขนมปัง แต่เขาจะทานคู่กับน้ำมันมะกอก และ Balsamic มาให้แทน

- พิซซาฮาวายเอียน ไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบสำหรับชาวอิตาลีสักเท่าไร

- อย่าขอชีส เพื่อปรุงเพิ่มในจานพาสต้า

- ไม่ควรใส่น้ำมันมะกอกลงในน้ำต้มพาสต้า

โอโห.. จริง ๆ มีอีกหลายข้อมากเลย

ซึ่งจะบอกว่า แค่นี้ เราก็ทำไปแทบจะครบทุกข้อแล้วจ้า T^T

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  เลือก “ส้ม” พันธุ์ไหนดี ในเทศกาลตรุษจีน

ไม่เป็นไร ครั้งต่อ ๆ ไป เราจะได้ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ 🙂

--------------------------------------------

ก็พอหอมปากหอมคอกันไป

ถ้าหยั่งงั้นวันนี้พวกเราขอตัวลาไปก่อน 🙂

ปิดท้ายด้วยเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

5 อันดับ ผลสำรวจความนิยมอาหารสัญชาติอิตาลี จากผลโหลตใน 24 ประเทศทั่วโลก (จาก Yougov )

1. ขนมปังกระเทียม - คิดเป็นค่าความนิยม 85%

2. Lasagna - คิดเป็นค่าความนิยม 82%

3. Spaghetti meatball - คิดเป็นค่าความนิยม 80%

4. Macaroni & Cheese - คิดเป็นค่าความนิยม 77%

5. Ravioli Meat Sauce - คิดเป็นค่าความนิยม 76%

#อาหารอิตาลี

#InfoStory

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://yougov.co.uk/.../italian-cuisine-worlds-most-popular

https://spoonuniversity.com/.../25-italian-foods-your...

https://j-gourmet.com/.../j-the-series-italian-food-culture

https://bigthink.com/.../there-is-no-such-thing-as...