อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

เอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) ชาอังกฤษ ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากชาจีน

เอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) ชาอังกฤษ ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากชาจีน

ถ้าพูดถึงอาหาร และ การกิน ของคนอังกฤษ เราก็จะนึกถึง ปลา […]

ถ้าพูดถึงอาหาร และ การกิน ของคนอังกฤษ

เราก็จะนึกถึง ปลาแฮดด็อคทอด อย่าง Fish&Chips

เอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) ชาอังกฤษ ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากชาจีน

หรือ การจิบชายามบ่ายอย่าง Afternoon Tea

และพอพูดถึงชาอังกฤษ ที่เป็นหนึ่งในจุดเด่นของประเทศนี้

เราก็คงจะนึกถึง ชา English Breakfast, ชา Earl Grey

งั้น ในบทความนี้ ให้พวก InfoStory เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ชาในประเทศอังกฤษ และ ความเป็นมาของ ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey) แบบสั้นๆ กัน

ก่อนอื่น ขอเริ่มจากการเล่าในส่วนของ การกำเนิดความนิยมในการดื่มชาในอังกฤษกันก่อน

รู้ไหมว่า ชาวอังกฤษไม่ได้ดื่มชา มาตั้งแต่สมัยโบราณนะ

และ ใบชา ก็ไม่ใช่สินค้าขึ้นชื่อของประเทศอังกฤษ อย่างที่เราอาจเข้าใจกัน อีกด้วยนะ

คือ เรื่องมันเป็นแบบนี้

เดิมทีคนอังกฤษในสมัยก่อน หากย้อนกลับไปก่อนศตวรรษที่ 17

พวกเขาไม่ได้นิยมจิบชา พวกเขาก็ชื่นชอบในการดื่มกาแฟ

และ ยังมองด้วยว่า กาแฟ คือยาวิเศษ เหมือนกับคนยุโรปประเทศอื่นๆ นั่นแหละ

แล้ว ชาวอังกฤษ รู้จักชาได้อย่างไร ?

ชาวอังกฤษ ก็ไม่เชิงว่าไม่รู้จักชามาตั้งแต่โบราณซะทีเดียว

แต่ต้องใช้คำว่า ไม่เป็นที่นิยม และ รู้จัก เท่ากับ การดื่ม กาแฟ หรือ เบียร์

จนกระทั่ง ในช่วงศตวรรษที่ 18 ที่การดื่มชา ค่อยๆเริ่มเป็นกระแสขึ้นมา

ว่ากันว่า จุดเริ่มต้น มาจาก “แคทเธอรีนแห่งบราแกนซา” สมเด็จพระราชินีในสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ เป็นคนนำวัฒนธรรมการดื่มชา เข้ามายังประเทศอังกฤษ

โดยในช่วงแรก จะเป็นที่นิยมในหมู่คนชั้นสูง

แล้วทำไมต้องเป็นสังคมคนชั้นสูง ?

ก็เพราะว่า ราคาการนำเข้าใบชา ไม่ว่าจะจากประเทศอินเดีย หรือ จีน เนี่ย

มีราคาที่แพงมาก กล่าวคือ ชา จัดว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ต้องเป็นคนชั้นสูงที่มีเงินเหลือจริงๆ ถึงจะบริโภค

ไม่อย่างนั้น ก็หันไปบริโภคกาแฟ เพื่อทำให้รู้สึกตื่นตัว จะดีกว่า

ใบชาเหล่านี้ มาจากไหน ใครเป็นคนนำเข้ามาสู่อังกฤษกันนะ ?

สาเหตุที่ใบชาแพง นั่นก็เป็นเพราะ มีบริษัทที่ทำการผูกขาดการค้าจากต่างประเทศ ที่ชื่อว่า บริษัท British East India หรือ บริษัทอินเดียตะวันออกอังกฤษ (จริงๆ ชื่อเต็มของเขาคือ บริษัทอินเดียตะวันออกอันทรงเกียรติ) ก่อตั้งโดยพ่อค้าชนชั้นสูง กับ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 ใน สมัยปี ค.ศ. 1600

ซึ่งฟังชื่อแล้ว เพื่อนๆหลายคน อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อกันเท่าไรเนอะ

เอาง่ายๆ คือ บริษัท British East India ที่มีผู้อยู่เบื้องหลัง คือ รัฐบาลอังกฤษ

มีวิธีการดำเนินธุรกิจ ด้วยการผูกขาดการค้า และ เส้นทางเดินเรือต่างๆ

โดยสินค้าที่ บริษัทแห่งนี้ทำการผูกขาด การนำเข้ามายังอังกฤษ คือ

ผ้าไหม และ ใบชาจากอินเดีย และ จีน (รวมถึงการผูกขาดส่งออกฝิ่นจากอังกฤษไปจีน)

คิดว่าพอถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ก็น่าจะพอเดาออกแล้วละว่า ใบชา ได้ถูกเผยแพร่เข้ามาได้อย่างไรเนอะ

จนมาถึง เรื่องราวของประเพณีการชงชา และ วัฒนธรรมการดื่มชาในชนนั้นสูง

ในยุคสมัยของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2

โดยชา 2 สายพันธุ์หลักๆ ที่นำเข้ามาจาก อินเดีย คือ ชาอัสสัม ชาดาร์จิลิง

และ จากประเทศจีน คือ ชาเจิ้งซานเสี่ยวจง (Lapsang Souchon) หรือ เอาง่ายๆ คือ ชาดำจีน

ทั้งหมดนี้ นำเข้าแบบผูกขาดโดยบริษัท British East India เจ้าเดิม

เพิ่มเติมเล็กน้อย ว่ากันว่า ชาที่นำเข้ามายังประเทศอังกฤษ โดย บริษัท British East India มีวิธีการที่ซับซ้อนสักหน่อย คือ การนำชาจากประเทศจีน เข้ามาลักลอบปลูกในอินเดีย ก่อน

จากนั้น ก็ทำการขายในอินเดีย และ ส่งออกไปกลับไปยังอังกฤษ ขายทำกำไรต่ออีกทอดเช่นกัน…

โอเค จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ เรากำลังจะบอกว่า “ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey)” ที่หลายคนคิดว่า มาจากวัฒนธรรมการดื่มชาที่มีมาตั้งแต่โบราณกาลของอังกฤษเนี่ย….

หากอ้างอิงจากเรื่องราวทั้งหมด มันก็คือจะไม่ใช่นะน่ะ

กล่าวคือ ก็มีความเก่าเพียงแค่ 200 กว่าปี

ขออภัยที่พาเพื่อนๆ ออกไปไกล...

ต่อมา เราจะเข้าถึงเรื่องของ “ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey)” อันเป็นที่มาของหัวเรื่องกันสั้นๆ

เรื่องราวทั้งหมด ของ “ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey)” เริ่มต้นในช่วงปี ค.ศ. 1830

โดยแรงบันดาลใจมาจาก ชาเจิ้งซานเสี่ยวจง (Lapsang Souchon) จาก ประเทศจีนที่ผลิตชาดำคุณภาพสูงและหอมหวานด้วยธรรมชาติ

ชาดำจีนตัวนี้ ทำให้ชาวอังกฤษหลงใหลกันอย่างมากเลย

ว่ากันว่า มีครอบครัวขุนนางชาวจีน ที่ได้รับการช่วยชีวิต ก็เลยส่งมอบชาดำจีน พร้อมสูตรพิเศษ มาให้กับ “ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2” ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ในขณะนั้น

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  ชวนรู้จัก "ค็อกเทล (Cocktail)" ยอดนิยมเหล่านี้ มีที่มาอย่างไร ? - ตอนที่ 2

แต่อีกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ก็มีการกล่าวอ้างในอีกแบบว่า

ในตอนนั้นประเทศจีนกำลังได้ กำไรจากการค้าชาจีน ในอังกฤษ

ทูตการค้าของจีนจึงได้ส่งชาจีนพร้อมสูตรพิเศษ มาให้กับ ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2

ชาดำจีนสูตรพิเศษนี้ จึงมีชื่อเรียกเพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งอังกฤษ ในขณะนั้นว่า “ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey)”

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าที่มาจะมาอย่างไร แต่ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 ประทับใจ ชาดำจีนสูตรพิเศษ นี้มากกก

แต่แล้วชาสูตรพิเศษนี้ก็หมดไป และ ราคาของชาสูตรพิเศษนี้ ก็แพงเอาเรื่อง…

ต่อมา บริษัททไวนิงส์ (ชื่อคุ้นๆเลยใช่ไหมเอ่ย “Twinings”) แห่งถนนสแตรนด์ เลยทำการทดลอง สร้างชาที่มีรสชาติคล้ายกับ ชาดำจีนสูตรพิเศษ หรือ ชาเอิร์ลเกรย์

โดยนำชาดำจีนผสมน้ำมันมะกรูด

ผลที่ได้คือ สีออกเป็นน้ำตาลเข้ม ซึ่งแน่นอนว่ารสชาตินั่นเข้มข้น และ มีเอกลักษณ์แบบชาต้นแบบจากจีนเลย

อย่างไรก็ดี พวกเรา ขอเบรกเพื่อนๆ ให้ฉุกคิดกัน กับข้อมูลด้านล่าง สักเล็กน้อย…

เพราะว่า พวกเราทำการค้นหาไปลึกๆแล้ว มีคนจำนวนไม่น้อยเลย

ที่ออกมาโต้แย้งว่า ชาเอิร์ลเกรย์ ไม่ได้เกิดมาจาก บริษัททไวนิงส์

แต่มาจาก พ่อค้าชาที่ได้รับสูตรพิเศษนี้ ที่มีชื่อว่า “วิลเลียม เกรย์” ตะหากละ

ยังไม่เท่านั้น มีผู้ที่ออกมาอ้างสิทธิ์อีกคน นั่นคือ “Jackson of Piccadilly” บริษัทผู้ผลิตชาอีกรายหนึ่ง ที่ได้รับสูตรพิเศษมาจาก ลอร์ดเกรย์ รวมถึงการมีใบประกาศไว้ครอบครอง อีกเช่นกัน….

ซึ่งแน่นอนว่า ความเป็นมาของ 2 แบบหลังนั้น อาจไม่เกี่ยวกับ ชาลส์ เกรย์ เอิร์ลเกรย์ที่ 2 เลยด้วยซ้ำ....

อาจเหมือน ดั่งคำกล่าวว่า “ผู้ชนะ คือผู้ที่มีสิทธิ์เขียนประวัติศาสตร์”

ผู้ศึกษาอย่างเรา ก็คงต้องใช้วิจารณญาน และ ประสบการณ์การอ่าน เข้าช่วยคัดกรองข้อมูล กันแทนเนอะ

สุดท้ายนี้ เราจึงสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ชาเอิร์ลเกรย์มีถิ่นกำเนิดในอังกฤษ แต่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ชาจีน นั่นเอง...

ปิดท้ายด้วยเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

เพื่อนๆ หลายคน อาจเคยรู้จัก หรือ ได้ยินชื่อ ชาเลดี้เกรย์ (Lady Grey)

ชาเลดี้เกรย์ นั้นแตกแขนงมาจากชาเอิร์ลเกรย์ อีกทีหนึ่ง

โดยปรุงกลิ่นจากผลไม้ตระกูลส้ม-มะนาว คล้ายคลึงกันกับเดียวกันเอิร์ลเกรย์ แต่ว่ากลิ่นจะหอม และ รสสัมผัสจะอ่อนโยนกว่า นั่นเอง

#ชาเอิร์ลเกรย์

#EarlGrey

#InfoStory

ที่มา

https://www.plumdeluxe.com/the-curious-history-of-earl...

https://www.vogue.co.th/lifestyle/article/teabreakcukture

https://www.worldteanews.com/Insi.../brief-history-earl-grey

https://www.bostonteapartyship.com/tea.../who-was-earl-grey

https://www.sarakadee.com/2005/09/08/earl-grey/

https://thepeople.co/how-bergamott-flavored-tea-being.../