ทุกวันนี้ หากเราจะหาร้าน “ราเมนญี่ปุ่น” ซดน้ำซุปเค็ม ๆ หมูชาชูแผ่นใหญ่นุ่ม ๆ
ก็คงจะหาไม่ยากอีกต่อไป เรียกได้ว่า เกือบทุกห้างสรรพสินค้า หรือ ร้านอาหารต่าง ๆ ในย่านดัง ก็จะปรากฏร้านราเมน ให้เราเลือกรับประทานกันอย่างง่าย ๆ
![[รู้ไป กินไป] กิน “ราเมน” ในแบบฉบับ ของคนญี่ปุ่น](https://infostorythailand.com/wp-content/uploads/2026/10/infostory-main-b002-japanese-ramen-etiquette-143004144394824.jpg)
ถ้ามองย้อนกลับไปสัก 10 ปี ก่อนเนี่ย..
การจะหาร้านราเมนญี่ปุ่นดีดี กินสักร้าน กว่าจะหาได้ ก็อาจจะท้อไปเสียก่อน
ในโพสแรก ๆ ของเพจ InfoStory พวกเราได้เคยนำเสนอภาพ Infographic เกี่ยวกับชนิดของราเมนยอดนิยมกันไปแล้ว (เดี๋ยวมีลิ้งให้เพื่อน ๆ ตามเข้าไปชมนะ)
งั้นในโพสซีรี่ส์บทความ “รู้ไป กินไป” ที่พวกเราจะหยิบเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับอาหาร หรือ ขนมหวาน มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกัน
บทความนี้ พวกเราขอนำเสนอ การกิน “ราเมน” ในแบบฉบับ ของคนญี่ปุ่น เป็นอันดับแรกก่อนเลย (เพราะว่าพวกเรา 2 คน ชอบกินมากกกก)
ราเมน อธิบายง่ายๆ คือบะหมี่น้ำ ที่เราจะรับประทานคู่กับ ท็อปปิงต่างๆ เช่น หมูชาชู สาหร่าย หน่อไม้ และต้นหอม
ราเมนในญี่ปุ่น มีที่มาอย่างไร ?
ว่ากันว่า มีการบันทึกการกำเนิด เมนูราเมน มาในช่วงยุคสมัยเอโดะ ในศตรวรรษที่ 17
โดย การถูกบันทึกแรก พบในชนชั้นสูงอย่าง ไดเมียว โทกุกาวะ มิทสึกุนิ (徳川光圀 Tokugawa Mitsukuni) ผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลของ โชกุน โทกุกาวะ อิเอยาสุ
แต่หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้น ชาวพื้นเมืองโบราณของญี่ปุ่นนั้น มีการกินราเมนกันเป็นปกติอยู่แล้ว
โดยคาดว่า อาจแพร่กระจาย มาจากประเทศจีน
เพราะต้นกำเนิดราเมน ที่มาจากคำว่า “ลาเมี่ยน” เป็นการออกในภาษาจีน ซึ่งหมายถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวที่นวดด้วยมือ นั่นเอง
อย่างไรก็ดี ต้นกำเนิดของราเมนในญี่ปุ่นนั้น ยังไม่ปรากฎให้เห็นอย่างชัดเจน
ต่อมาในปี ค.ศ. 1910 ราเมน ก็กลายเป็นอาหารยอดนิยมของชาวญี่ปุ่นไปซะแล้ว
โดยร้านราเมนญี่ปุ่น ร้านแรกมีชื่อว่า “RAIRAIKEN” ตั้งอยู่ที่เขตอาซากุซะ เมืองโตเกียว (ขอบอกว่า บริเวณนั้น มีร้านราเมนเยอะมากเลยนะ)
ถ้าถามว่าธุรกิจร้านราเมนเนี่ย ร้อนแรงมากแค่ไหน ?
ผลสำรวจจาก Michellin Guilde ได้ระบุไว้ว่า มีร้านราเมนในประเทศญี่ปุ่นที่ถูกพบโดย Michellin มากกว่า 30,000 ร้านเลยละ ! (ซึ่งในปี 2016 มีเพียงแค่ 10,000 ร้านเท่านั้นเอง)
แต่มีเพียงแค่ 2 ร้านเท่านั้น ที่ได้รับ 1 ดาวจาก Michellin ไป ซึ่งนั่นคือ ร้าน Sosakumenkobo Nakiryu และ Konjikihototogisu (SOBAHOUSE)
ว่าแต่ การกินราเมน ในแบบคนญี่ปุ่นท้องถิ่น เป็นแบบไหนนะ ?
1. คนญี่ปุ่นจะชอบกินราเมน ในทันที ที่พวกเขาได้รับมา.. ใช่แล้ว แบบร้อนๆ แบบนั้นเลย เพราะสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว ถ้าปล่อยเส้นราเมน ให้อยู่ในน้ำซุปที่ร้อนจัด นานเกินไป อาจทำให้เส้นราเมน มีความอืด และอาจเละ ได้
2. ไม่จำเป็นต้องซดน้ำซุปจนหมดชาม
เหตุผลง่าย ๆ เลยคือ น้ำซุปส่วนใหญ่จะมีรสชาติที่เค็มจัดอยู่แล้ว ถ้าซดน้ำซุปจนหมด คนญี่ปุ่นเขาจะรู้สึกว่า มันทำให้กระหายน้ำมากจนเกินพอดี
3. คนญี่ปุ่นจะมีการสูดเส้นราเมน และซดน้ำซุป ด้วยเสียง ซื้ดดด ที่ดังพอประมาณ แต่ไม่ดังจนดูเหมือนตั้งใจ
นั่นก็เพราะ เสียงซื้ดด นี้ เป็นเสียงที่คนญี่ปุ่นกำลังสนุก และอร่อย กับการกินราเมน นั่นเอง
4.ในสมัยก่อนจะนิยมทานในหน้าหนาว แต่ในสมัยนี้คือ เวลาใด ฤดูไหน ก็ได้แล้ว
5.เราอาจจะไม่ค่อยเห็นวัฒนธรรมของการพูดคุยระหว่างทานราเมน เพราะถ้าราเมนจานนั้น อร่อยจริงๆเนี่ย ไม่มีทางเลยที่คนญี่ปุ่นจะให้เวลาแห่งความสุขนี้ ถูกทดแทนไปด้วยการพูดคุย ที่อาจทำให้เสียรสชาติไป
พูดถึงแต่การนั่งทานราเมนที่ร้าน
แล้วถ้าเราอยากทานราเมนที่บ้าน แบบทำเองละ ?
ไม่ยากเลย สำหรับคนญี่ปุ่น ที่ไม่เคร่งเครียดกัยการกินมากนัก
ก็จะนำเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ออกหนาหน่อย มาใช้แทนเส้นราเมน นี่ละ
ส่วนน้ำซุปที่ปรุงนะเหรอ ก็อาจจะปรุงด้วยซอสโชยุ หรือ ใส่มิโซะ พร้อมปรุงด้วยพริกไทยป่น และผงเครื่องเทศ เข้าไปได้เลย
แต่สิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญคือ การใช้ผักสด และต้องมีเนื้อสัตว์ ไข่ เป็นหน้าประกอบในชามราเมน
แล้วรู้ไหมว่า อาหารทานเล่นที่ คนญี่ปุ่น นิยมทานคู่กับราเมน คือ เกี๊ยวซ่า
แล้ว เส้นราเมนจริงๆ ทำมาจากอะไร ?
เส้นราเมน ก็คล้ายๆกับเส้นพาสต้าสด กล่าวคือ ทำมาจากการผสมวัตถุดิบอย่าง แป้งสาลี เกลือ ไข่ และ น้ำ(ตามสูตรต่างๆ)
ในยุคสมัยใหม่ ก็จะมีการใช้แป้งหนาชนิดหนัก แบบเดียวกับที่ทำพาสต้า นำมาใช้งาน
และจะไม่นิยมและไม่แนะนำให้ใช้ แป้งเอนกประสงค์ในการทำเส้นราเมน
ซึ่งแน่นอนว่า นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไป จะสามารถทำได้ง่ายๆ (โดยเฉพาะการทำที่บ้าน)
ที่สำคัญที่สุด คือการเอาใจใส่ในการทำเส้นราเมน ตั้งแต่การนวด ไปจนถึงการลวกเส้น
สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับคนญี่ปุ่นจริงๆนะ พวกเขาสามารถรับรู้ได้ ตั้งแต่กัดเส้นราเมนคำแรก เลยละ
ปัจจุบันนี้ ราเมน ได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของอาหารท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่นไปซะแล้ว
หากเราไปเที่ยวจังหวัดต่าง ๆ เราก็จะพบราเมน ที่มีลักษณะตามความชอบ และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด นั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น
- Sapporo Ramen จากจังหวัดฮอกไกโด
- Kyoto Ramen จากจังหวัดเกียวโต
- Kumamoto Ramen แห่งเกาะคิวชู
- Yokohama Ramen เมืองโยโกฮะมะ จังหวัดคะนะงะวะ
- Hakata Ramen เมืองฟูกุโอกะ
- Kitakata Ramen จังหวัดฟูกุชิมะ
ซึ่งตรงนี้ พวกเรา InfoStory ขอแอบบอกเบาๆว่า เรากำลังจะจัดทำ Infographic Album สุดพิเศษ ที่จะรวม ราเมนในแต่ละภูมิภาค พร้อมรายละเอียดแบบจัดเต็มให้เพื่อน ๆ รับชมกัน อย่างแน่นอน 🙂
ขอปิดท้ายเบา ๆ กันด้วย ชนิดของราเมนที่ได้เกริ่นเอาไว้ช่วงต้นของบทความ กับ ลิ้ง Infographic ของพวกเรา https://www.facebook.com/InfoStoryz/photos/108209654540940
References :
https://livejapan.com/en/article-a0000352/
https://www.japan-guide.com/e/e2042.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Ramen
https://theculturetrip.com/.../insider-s-guide-to-tokyo.../
https://www.tpapress.com/knowledge_detail.php?k=136
-หนังสือ “Japonisme” เขียนโดย Erin Niimi Longhurst
#ramen #ราเมง #อาหารญี่ปุ่น #infostory



