อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

วิธีการรับมือ เมื่อถูก “บูลลี่ (Bullying)” ในวัยผู้ใหญ่ | โดยเพจ InfoStory

วิธีการรับมือ เมื่อถูก “บูลลี่ (Bullying)” ในวัยผู้ใหญ่ | โดยเพจ InfoStory

31% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน ป่วยเป็นโรคทางจิต ซึ่งมีสาเหต […]

31% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกัน ป่วยเป็นโรคทางจิต ซึ่งมีสาเหตุมาจาการถูก “บูลลี่”

19% ของผู้ป่วยมีอาการใจสลาย ซึ่งต่อมาส่งผลกับระบบประสาทในสมอง

วิธีการรับมือ เมื่อถูก “บูลลี่ (Bullying)” ในวัยผู้ใหญ่ | โดยเพจ InfoStory

17% มีอาการหลงลืม ขาดสติ ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้

(ข้อมูลตัวเลขจาก doctorosteopathic.org)

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในปัจจุบัน “การบูลลี่” ไม่ได้เกิดขึ้นโดยสังคมวัยเด็กเพียงอย่างเดียว

แต่กับวัยผู้ใหญ่ที่มีสติสัมปชัญญะ ครบถ้วนก็ เกิดได้บ่อยเช่นกัน..

การบูลลี่ (Bullying) คือ พฤติกรรมการกลั่นแกล้ง แซวแรง เยาะเย้ยดูถูก

โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

- ทางวาจา เช่น การหยอกล้อกันเล่นเกินงาม การแสดงความคิดเห็นเชิงเหน็บแนม

- ทางสังคม เช่น การทำให้เสียหน้า การกระจายข่าวลือ ซึ่งไม่เป็นความจริง

- ทางกายภาพ เช่น การทำร้ายร่างกาย แบบตั้งใจ

ความเจ็บปวด จากการถูก “บูลลี่” แบ่งออกเป็น 2 แบบ

- การทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดทางกาย คือ การล้อเลียนรูปร่าง หน้าตา สถานะทางสังคม

- ความเจ็บปวดทางใจ คือ การดูถูก เยาะเย้ยทางสภาพจิตใจ และการล้อพฤติกรรมที่แสดงออก

ผลที่ตามมา คือ ผู้ถูกกระทำ รู้สึกหดหู่ เครียด ซึมเศร้า ไม่กล้าเข้าสังคม หรือร้ายแรงที่สุดคือ เคยมีเคสที่เขาอยากคิดจะฆ่าตัวตาย เลยเชียวนะเพื่อนๆ

แต่มองอีกมุมหนึ่ง การบูลลี่นั้น สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา

และอาจเกิดได้จากความไม่ตั้งใจ และไม่เจตนา ซึ่งโดยมาก จะเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของผู้พูดคนนั้นๆ

วิธีการรับมือสำหรับ “ผู้ถูกกระทำ” ในเบื้องต้น คือ

1. เรียก “สติ” ของเรากลับมาให้เร็วที่สุด

ถึงแม้ว่าการบูลลี่จะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ แต่ผู้ถูกกระทำเอง ต้องพยายามมีสติเข้าไว้ให้มาก

โดยเฉพาะเพื่อนของเรา ที่เราทราบนิสัยของเขาดี ว่าเป็นคนปากร้าย พูดแรง แต่ลึกๆแล้ว ไม่ได้คิดอะไร

เราสามารถตักเตือนเขากลับไปได้นะ เพราถ้าเพื่อนผู้กระทำคนนั้น ไปทำการ “บูลลี่” แบบนี้กับคนอื่น..

นั่นคงไม่ใช่ผลดีต่อตัวเขาสักเท่าไร

2. ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง หรือประชดประชัน กลับไป

ฟังดูอาจเป็นเรื่องที่ทำยาก แต่หากความรุนแรงนั้น เกิดขึ้นอยู่แค่เฉพาะผู้กระทำฝ่ายเดียว

นั้นคงเป็นหนทางที่ดีที่สุด

เพราะ การบูลลี่ จะสามารถดำเนินต่อได้ หากผู้ถูกบูลลี่ มีท่าทีฉุนเฉียวโต้ตอบ

(เอาง่ายๆก็คือ “เข้าทาง” ของผู้กระทำนั่นเอง)

3. เปลี่ยนสภาพแวดล้องรอบข้าง

หากทำอย่างไร เราก็ไม่สามารถหลีกหนี จากคนผู้นั้นได้

ก็ให้เราค่อยๆ ดึงตัวเองออกมาจากสภาพแวดล้อมนั้นซะ

เข้าใจว่าทำยาก เพราะเพื่อนๆบางคน อาจจะประสบกับเพื่อนร่วมงานที่ใกล้ตัว

อย่างนั้น เราต้องชั่งน้ำหนักทางใจแล้วว่า การไปบอกหัวหน้าตรงๆ ถึงพฤติกรรมเพื่อนผู้กระทำ หรือจะทนต่อไป ...แบบไหนจะดีกว่ากัน

4. สุดท้าย การมีใครสักคน ที่คอยรับฟัง ให้เราระบาย / ปรึกษาจิตแพทย์

ในกรณีที่ ทุกทางออกมีปัญหาไปซะหมด (รวมถึงตัวเราเองด้วย)

คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ การมีใครสักคนที่ให้เราสามารถระบายความอึดอัด และความรู้สึกแย่เหล่านั้นออกมา รวมถึงพวกเขาสามารถ เรียก “สติ” เรากลับมาได้เช่นกัน

เพราะอย่างน้อยที่สุด เพื่อนหรือคนรู้ใจคนนั้น จะเข้าใจดีกว่า จริงๆแล้ว เราเป็นคนอย่างไร และเราไม่ได้มีส่วนที่เลวร้าย ตามที่ถูกโดน “บูลลี่”

เอาง่ายๆ คือ ผู้ที่กระทำการบูลลี่ มักจะสร้างเรื่องขึ้นมา เพื่อทำร้ายเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำมากกว่าจะเป็นเรื่องจริง นั่นเอง

และสุดท้าย หากเราไม่มีเพื่อนที่รู้ใจ หรือ เกรงใจ หรือว่า เรื่องบางเรื่องอาจเป็นความลับของเรา

ถ้าอย่างนั้น การไปพบจิตแพทย์ และปรึกษา ก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะ

สมัยนี้ยิ่งสะดวกเข้าไปใหญ่เลย เพราะมีการรับปรึกษาจากแพทย์ผ่านทางโทรศัพท์ด้วย

เพจ InfoStory ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆทุกคน ที่เป็นผู้ถูกกระทำ มาในบทความนี้ด้วยนะ

และขอเรียก “สติ” ในการยับยั้งชั่งใจ ของเหล่าผู้กระทำการ “บูลลี่” ที่ตั้งใจ

และสำหรับผู้ที่ไม่ตั้งใจ ก็ขอลองให้สังเกตพฤติกรรมตัวเอง และ ความคิดเห็นของคนรอบตัวนะ 🙂

ที่มา

https://doctorsthatdo.osteopathic.org/adult-bullying...

https://www.sanook.com/health/18825/

https://www.ihlcares.com/blogs/news/bullying

https://www.pacer.org/bullying/info/stats.asp