หลาย ๆ ครั้งที่เราปิ๊งไอเดียขึ้นมา บางทีมันก็มาแว๊บบบเดียว แล้วก็หายไป…
มานึกอีกทีก็ลืมไปเฉยเลย 🥶
ครั้นจะหยิบจดไอเดียนั้น ๆ แต่เหตุการณ์ตรงหน้าดันไม่เอื้ออำนวย (เช่นขับรถอยู่หรือกำลังประชุมอยู่เนอะ)
🧐 ว่าแต่ มันเกิดอะไรขึ้นกับสมองเราเวลาที่เราปิ๊งไอเดียนะ ?

🥲 ทำไมบางทีมันก็ชอบมาปิ๊งในเวลาที่เราไม่พร้อมจดบันทึก ?
🤩 ชอบเวลาที่เราปิ๊งไอเดียอะไรแบบนี้จัง.. อยากให้มีฟีลลิ่งแบบนี้อีก ฝึกยังไงดีนะ ?
พอนึกได้แบบนี้แล้ว
เราก็เลยเหลือบไปเห็นหนังสือ “สมอง มหัศจรรย์ของมนุษย์” ที่พวกเราซื้อมาดองเอาไว้ (ปรากฎว่าต้องรีบลัดคิวมาอ่านก่อน เพราะเล่มนี้มีคำตอบอธิบายไว้ให้กับพวกเราอยู่ 😂)
งั้นเราไปหาคำตอบด้วยกันดีกว่า !
— — — — — — — — — — — —
[ 🧐 ว่าแต่ มันเกิดอะไรขึ้นกับสมองเราเวลาที่เราปิ๊งไอเดียนะ ? ]
1. เริ่มแรก - พอเรากำลังเริ่มนึกไอเดียใหม่ ๆ
สมองกลีบหน้า (Frontal lobe) จะส่งคำสั่งว่า ฉันต้องการไอเดียใหม่ ๆ ! แกต้องช่วยชั้นนะ เจ้าสมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe)
*สมองกลีบหน้า (Frontal lobe) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว บุคลิกภาพ การพิจารณาตัดสินใจและการควบคุมอารมณ์
* สมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe) มีหน้าที่สำคัญเกี่ยวกับความจำ การเชื่อมโยงการรับรู้เกี่ยวกับความจำ การรับรู้วัตถุ และการเข้าใจภาษา
.
2. สมองส่วนกลีบขมับ (Temporal lobe) ก็เลยรับคำท้า !
รีบบบไปค้นหาความทรงจำ ความนึกคิด ความรู้ที่สั่งสมอยู่ในสมองของเรา
3. เมื่อรวบรวมเสร็จ ก็จะเรียบเรียงข้อมูลออกมาเป็นความคิดสร้างสรรค์ ส่งกลับไปให้สมองกลีบหน้าพิจารณา
4. หากสมองกลับหน้าพบว่า ! เห้ย นี่มันเรื่องราวใหม่เลยนี่หว่า !
ก็จะเกิดการ “ปิ๊ง ! ไอเดีย” ขึ้นมา จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เราตื่นเต้น
5. ที่เราตื่นเต้นและมีความสุขเวลา ปิ๊ง ไอเดียใหม่ ๆ ก็เพราะว่าสมองจะทำการปล่อยสารแห่งความสุขหรือ “โดพามีน” ออกมานั่นเองคร้าบ
6. เมื่อเรามีความสุข ที่เหมือนได้รับรางวัล
สมองของเราก็จะจำไอเดียนั้น ๆ เอาไว้
.
แต่ว่า..ในกรณีที่เราไม่ได้เกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ แต่อาจเป็นคำถามที่ให้เราเกิดความสงสัยและไปค้นหาต่อนั่นเอง (แบบนี้จะยังไม่ได้เรียกว่าการ ปิ๊ง ไอเดีย นะ)
ความรู้สึกเราตามที่เข้าใจ คือ
เหมือนเราอยากจะหาหนังสือ แล้วบรรณารักษ์ก็เลยไปเดินหาให้
ถ้าห้องสมุดของเราไม่ใหญ่พอ… บรรณารักษ์ก็จะเดินกลับมามือเปล่า… 🥲
เรา = สมองกลีบหน้า
บรรณารักษ์ = สมองส่วนกลีบขมับ
ห้องสมุด = ความทรงจำ ประสบการณ์ ความรู้ที่อยู่ในสมองของเรา
.
เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ !
อันนี้เราแอบร้อง ว้าว ! มาก 😲😲
เราเพิ่งรู้ว่า ในขณะที่สมองเรากำลัง "ปิ๊ง" ไอเดีย สมองส่วนการมองเห็นจะหยุดทำงานชั่วคราว !
นั่นเป็นเพราะเปลือกสมองส่วนการมองเห็นจะหยุดทำงาน เพื่อให้สมาธิทั้งหมด จดจ่อและรับรู้อยู่กับการมาของ “ปิ๊ง” ไอเดียใหม่ !
ก็เลยมานึกถึงตอนที่ตัวเราเองกำลัง ปิ๊ง อะไรขึ้นมาในหัว ก็จะเหมือนเหม่อ ๆ ไปสักแปปนึง (อันนี้เพื่อน ๆ เราก็เคยทักบางทีที่เรากำลังแบบ เข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด เราว่าบางทีอาจจะไม่ใช่แค่ปิ๊งละมั้ง 555)
— — — — — — — — — — — —
🥲 ทำไมบางทีมันก็ชอบมาปิ๊งในเวลาที่เราไม่พร้อมจดบันทึก ?
จนไป ๆ มา ๆ เรากลับ Fail เจ้าไอเดียใหม่อันนี้ไปเฉยเลย…😔
- ต้องบอกว่า ในบางช่วงที่เรา “ปิ๊ง” ไอเดียใหม่ขึ้นมา
อาจเป็นช่วงที่เรากำลังอยู่ระหว่างการพบเจอกับ “ประสบการณ์ตรง”
เช่น การอ่านหนังสือ การเรียน การประชุม หรือ จากการลงมือทำในตัวเนื้องาน
- หรืออาจเป็นช่วงที่เรากำลังนั่งมอง สังเกตอะไรรอบตัวเพลิน ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ไปเห็นเหตุการณ์หรือสิ่งของอะไรที่กระตุ้นการ “ปิ๊ง” ของไอเดียเรา
คือ ว่าง่าย ๆ ว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่เข้ามาเสริมการเรียนรู้และรับรู้ในสมองเรา
.
แต่ที่เราอาจจะมารู้สึก “Fail” กับการปิ๊งไอเดียในภายหลัง ก็อาจเพราะว่า
🥺 ระบบความพึงพอใจของเราในช่วงเวลาต่อมา มันลดลงไปจากตอนที่ “ปิ๊ง” แล้ว
😰 กังวลว่าจะไม่สามารถทำสิ่งที่เรา “ปิ๊ง” ออกมาได้
😵 คิดมากเกินไป จนเกิดการเปรียบเทียบทางความคิด เช่น เอ่อ…การที่ชั้นปิ๊งไอเดียแบบนี้ได้.. คนอื่นก็คงคิดได้เหมือนกันมั้ง…
— — — — — — — — — — — —
[ 🤩 ชอบเวลาที่เราปิ๊งไอเดียอะไรแบบนี้จัง.. อยากให้มีฟีลลิ่งแบบนี้อีก ฝึกยังไงดีนะ ? ]
ในหนังสือที่เราอ่านมา เค้าสรุปไว้ว่า
“เหตุสำคัญที่ทำให้เรา “ปิ๊ง” ไอเดียได้บ่อยอย่างสร้างสรรค์ ก็จะต้องขึ้นอยู่กับปริมาณความรู้ ประสบการณ์ ข้อมูล ในสมองของเรา เปรียบเสมือนเป็น Input”
การพัฒนาความรู้สึกนึกคิดแบบนี้ ก็คือ
✅ พยายามเพิ่มคลังความจำของสมอง จากประสบการณ์ตรง เช่น อ่านหนังสือหรือลองลงมือทำเอง หรือ จากการฝึกสังเกตสิ่งรอบข้าง ลอง "นึกสงสัย" และไปค้น "หาคำตอบ" ให้บ่อย
✅ ลองฝึกประสบการณ์ “Aha ! moment” โดยการบริการไอเดียเล็ก ๆ และนำมาปะติดปะต่อให้เข้ากัน
อาจจะเริ่มจากการสังเกตปัญหา วิธีแก้ไข การลองผิดลองถูก
จากนั้นนำมาลองวิเคราะห์ แล้วลองคิดในมุมกลับกันดูบ้าง..
ในมุมที่แตกต่างออกไปดูบ้าง
หรือแม้แต่ลองฝึกตัวเองให้คิดในมุมที่เราคาดไม่ถึง !
ถ้ามันสร้างสรรค์ เราก็จะร้อง อะฮ่าา ! Aha ! มันอย่างนี้นั่นเองงง ! จนนำไปสู่การปิ๊งไอเดีย
✅ ต้องรู้ตัวให้ทันว่า “ขณะนี้ เรากำลัง “ปิ๊ง” ไอเดียได้แล้ว !
จับความรู้สึกที่เรากำลังมีความสุขนั่นไว้นะ ! เพราะจะต้องคอยเรียกความรู้สึกแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง
— — — — — — — — — — — —
#ปิ๊งไอเดีย #สมอง #พัฒนาตัวเอง
#MindStory
#InfoStory
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- สรุปจากหนังสือ “สมอง มหัศจรรย์ของมนุษย์” เขียนโดย Mogi Kenichiro แปลโดยคุณเสาวนีย์ นวรัตน์จำรูญ (ในตอนที่ 3 สมองปิ๊งไอเดีย จากนี้ไปเป็นยุคแห่งการปิ๊งไอเดีย)



