ชวนรู้จักเครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ (ฉบับมือใหม่)
.
🤓 ไม่แน่ใจว่าเพื่อน ๆ จะคุ้นเคยกับหน้าตาของเครื่องชงกาแฟในภาพอินโฟกราฟิกกันบ้างไหมเอ่ย ?
ขอเดาว่าหลายคนน่าจะพอคุ้นตากันบ้าง
หน้าตาเค้าจะออกไปทางแนวอุปกรณ์ในห้องแล็ปหน่อย ๆ เนอะ 🧪

.
💡 เจ้าเครื่องชงกาแฟเครื่องนี้มีชื่อว่า “Syphon” หรือ Siphon มีอีกชื่อเรียกว่า “Vacuum Coffee” หรือจะเรียกว่าเครื่องสกัดกาแฟแบบสุญญากาศก็ได้เช่นกัน (แต่ชื่ออาจจะยาวไปหน่อย)
คือ เจ้าเครื่องนี้จะช่วยสกัดกาแฟ ช่วยชูรสสัมผัสของกาแฟได้ดี มีบอดี้แน่น เพิ่มเติมด้วยความหอม
(ส่วนตัวเราชอบดมกลิ่นกาแฟตอนที่น้ำร้อนมันเริ่มผุดผุดขึ้นไปบน Upper Bowl กลิ่นกาแฟคือหอมม๊ากกก)
ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องกาแฟที่ดูเหมือนจะชงไม่ยากก็จริง…
แต่พวกเราเข้าใจว่าพวกเรื่องของอัตราส่วน ปริมาณ อุณหภูมิเองก็มีส่วนสำคัญ อย่างเช่น สัดส่วนกาแฟต่อน้ำให้อยู่ที่ 1:15 (อันนี้เห็นตามสูตรทั่วไปนะคร้าบ) ส่วนใหญ่จะใช้กาแฟบดแบบ Filter อยู่ที่ประมาณ 16 กรัม กับน้ำ 240 กรัม (ไอเราก็มือใหม่หัดทำขำขำ ก็จะเห็นพี่ ๆ Youtube barista จะใช้ที่ปริมาณนี้กัน) ☺️
.
🤓👉 วิธีการทำงานของเจ้าเครื่องชง Syphon แบบง่ายง่ายฉบับมือใหม่หัดทำที่บ้าน ก็จะประมาณนี้คร้าบ
1. เริ่มวอร์มอุปกรณ์ (เราไม่มั่นใจว่าเค้าเรียกว่าอะไร เราขอใช้คำว่า ลวกน้ำร้อนอุปกรณ์แทนนะคร้าบ)
ระหว่างนี้ก็บดกาแฟไปด้วยเลย แล้วก็ประกอบตัวฟิลเตอร์หรือผ้ากรอง
2. เติมน้ำร้อนในโถด้านล่าง (Lower bowl)
แล้วนำโถด้านบน (Upper bowl) มาวาง (เริ่มวางเฉียง ๆ ก่อน) จากนั้นค่อยจุดเตาให้น้ำเริ่มเดือด
3. 🔥 พอความร้อนได้กำลังได้ที่ (สังเกตจากตัวโซ่สปริง) แล้วค่อยขยับโถด้านบนให้ตั้งตรง
ตรงจุดนี้ที่ความร้อนที่เดือดกำลังดี (ประมาณ 90-92 องศา) น้ำจากโถด้านล่าง (Lower bowl) >> จะขยายตัว มีแรงดันขึ้นไปบนโถด้านบน (Upper bowl)
4. จากนั้นก็จะใส่กาแฟที่บด ตรงนี้คือขั้นตอนการสกัดน้ำกาแฟ แล้วก็คนตามวิธีที่เพื่อน ๆ ไปศึกษามา
5. 🤚 🤚 ทีนี้ เราก็ค่อย ๆ ลดความร้อนลง (เอาตะเกียง/เตาออก)
ตรงจุดนี้ความร้อนในโถด้านล่าง (Lower bowl) จะค่อย ๆ ลดลง
พอความร้อนมันลดลง แรงดันอากาศก็ลดลงต่ำ โถข้างล่างก็จะเกิดสุญญากาศ (Vacuum) ทำให้น้ำกาแฟที่สกัดแล้วในโถด้านบนก็จะค่อย ๆ ไหลผ่านตัว filter ลงมาสู่โถด้านล่าง 💧
6. เสร็จแล้วก็รอกาแฟเค้า cool down ลดความร้อนลงก่อนดื่มนะ (เพราะมันร้อนม๊ากก 🥵) ไม่งั้นลิ้นพองแน่นอน
.
อย่างไรก็ดี ปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้กาแฟไซฟ่อนของเรามันเข้มข้นขึ้น (เดาว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบ😅) อย่างเช่น การที่เราบดกาแฟละเอียดมาก ทำให้เวลาของน้ำที่แช่ตัวอยู่ในกาแฟนานเกินไป (เราเข้าใจว่ามันคือการที่กาแฟถูกสกัดเยอะ) แล้วถ้าเพื่อน ๆ ไปคนกาแฟบ่อย ก็จะทำให้มันเข้มขึ้น (Over-extracted ) 😄
เนื่องจากพวกเราเองไม่ได้เชี่ยวชาญในการชงกาแฟ จึงขออธิบายในสไตล์มือใหม่หัดสังเกตแทนนะคร้าบ 🙏 อาจจะไม่สามารถหยิบสูตรใดใดมาแนะนำให้กับเพื่อน ๆ ได้นะคร้าบ แต่ว่าใน Youtube เค้ามีพี่ ๆ บาริสต้ามาสอนกันเต็มเลย ดูเพลิน ๆ ดี ☺️🙏🙏
— — — — — — — — — — — — — — — —
[ ว่าแต่ใครเป็นคินค้นเจ้าเครื่องนี้กันละ ? 🤔 ⏳]
Syphon หรือ วิธีถูกคิดค้นในปี 1830 ที่ประเทศเยอรมนี โดยคุณ Loeff ในกรุงเบอร์ลิน
โดยรุ่นแรก ๆ ก็จะมีหน้าตาค่อนข้างวินเทจมาก ๆ 🇩🇪
เพียงแต่ว่าเจ้าเครื่องชงกาแฟแบบ Vacuum ก็ยังไม่ได้ถูกจดสิทธิบัตรในช่วงที่คุณ Loeff เค้าคิคค้นนะ แต่ว่าเจ้าเครื่องชงตัวนี้ได้มาจดสิทธิบัตรในช่วงปี 1838 โดยนักวิทยาศาตร์ชาวฝรั่งเศส Jeanne Richard แทนคร้าบ (แต่มีการอ้างถึงผู้คิดค้นอย่างคุณ Loeff นะ) 🇫🇷
จริง ๆ เรื่องราวของเค้าเนี่ยมันถูกพัฒนามาเยอะมาก ๆ กว่าจะมาเป็นเครื่องชงกาแฟ Syphon ที่มีความสมดุลลงตัวได้ หากเล่า ๆ คร่าว ๆ ก็
📌 ปี ค.ศ. 1830 - คุณ Loeff ได้นำหลักการทางวิทยาศาตร์มาคิดค้นเป็นเครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศ (เท่าที่เราเข้าใจคือ เป็นตะแกรงเหล็กกรองกาแฟและมีหม้อต้มแค่ 1 ใบ)
📌 ปี ค.ศ. 1838 - นักวิทยาศาตร์ชาวฝรั่งเศส Jeanne Richard ได้ดำเนินการจดสิทธิบัตรเครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศโดยให้เครดิตคุณ Loeff
อย่างไรก็ดี เครื่องชงทั้ง 2 เวอร์ชั่นของของคุณ Loeff และ คุณ Jeanne มันยังขาดความสมดุลไปพอสมควร
📌 ในปี ค.ศ. 1841 - Madame Vassieux of Lyons (ฝรั่งเศส) เพื่อให้เกิดความสมดุลในการชง ชาวฝรั่งเศส มีการพัฒนาหม้อต้มกาแฟจากหม้อเดี่ยวให้เป็นระบบ 2 หม้อต้ม (double-globe glass coffee make) จะคล้าย ๆ กับเครื่องชงไซฟ่อนที่เราคุ้นตากันในปัจจุบัน (แต่เวอร์ชั่นของมาดามเค้าจะประดับมงกุฎที่โถด้านบนหรือ Upper bowl ให้ดูสวยงาม และให้รู้ว่าเธอเป็นคนคิดค้น)
พัฒนายังไง ก็ยังไม่มีคำว่า “ลงตัว” สักที …
แล้วมันยังไงต่อละ ?
📌 ในปี ค.ศ. 1850 - 1900 ก็ได้มีการพัฒนาเจ้าเครื่องชงสุญญากาศนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชาวฝรั่งเศส ชาวเบลเยียม ชาวออสเตรีย และชาวอังกฤษ โดยในช่วงสมัยนี้ก็จะใช้หลักการแบบกาลักน้ำ และพยายามสร้าง balance
กลุ่มชาวอังกฤษที่อพยพไปยังทวีปอเมริกาเอง ก็นำเจ้าเครื่องชงกาแฟแบบสุญญากาศไปพัฒนาต่ออีก โอโห… ไกลเลย 🏴 🇺🇸
📌 จนกระทั่งในปี 1914 ชาวอเมริกันนามว่า Ann Bridges และ คุณ Sutton จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ก็ได้ต่อบอกพัฒนา และจดสิทธิบัตรเครื่องชงกาแฟสุญญากาศในชื่อว่า “Silex” ซึ่งเป็นวิธีารชงกาแฟ แบบน้ำร้อนไหลเวียนผ่านผงเมล็ดกาแฟเมื่อน้ำเดือด 🇺🇸 (กลับมาคล้ายๆแบบฉบับของ Madame Vassieux)
📌 ระยะเวลาจากปี 1914 - 1989 จากเครื่องชง Silex ตรงนี้เอง ก็ได้ถูกนำไปต่อยอดพัฒนาโดยบริษัทชื่อดังต่าง ๆ เช่น Sharp, General Electric, Sunbeam Electric 🌏
📣 แต่ในแบบฉบับที่ “ลงตัว” มากที่สุด (หรือเรียกว่าแบบฉบับที่เราคุ้นเคยกันมากที่สุดอย่างรูปแบบ “Siphon”) ก็จะถูกพัฒนาโดยชาวญี่ปุ่น (มีหลายบริษัทเลยที่นำไปพัฒนาต่อ เช่น Toshiba, Hario) คือ เค้ามีจนไปถึงเครื่องชงกาไซฟอนแบบอัตโนมัติกันเลยทีเดียว 🇯🇵
อาจเรียกได้ว่า กว่าจะมาเป็นเครื่องชงกาแฟแบบไซฟอนที่เราคุ้นตากัน ก็ใช้เวลาทดลองและพัฒนาต่อยอดกันมาเป็นร้อยปีเลยละเนอะ
เรื่องราวความเป็นมาของเจ้าเครื่องชงนี้แอบยาวมาก พวกเราขอสรุปคร่าว ๆ ประมาณนี้นะคร้าบ (ข้ามไปหลายช็อตอยู่เหมือนกัน 😂😅)
— — — — — — — — — — — — — — — —
จริง ๆ หลักการของ Vacuum Tube แบบนี้เนี่ย ก็ยังถูกใช้กับเมนูอาหารเหมือนกันนะ เช่น ต้มยำกุ้งไซฟอน เหมือนเราจะเคยกินอยู่เหมือนกัน แต่ออภัยที่จำไม่ได้จริง ๆ ว่าเป็นร้านไหน …
จำได้ว่าเป็นแนวร้านอาหารไทยฟิวชั่นก็ประหลาดตาดีเหมือนกัน เค้าบอกว่าน้ำต้มยำกุ้งมันจะเข็มข้นกว่าแบบปกติ คิดว่าตัวเราลิ้นอาจจะไม่ถึงเลยไม่ได้รู้สึกว่ามันเข้มข้นมากขนาดนั้น แห่ะๆ 😅🥰
ถ้าพี่ ๆ บาริสต้าท่านไหนผ่านมาเห็นโพสนี้แล้วอยากแชร์สูตรการชงไซฟ่อนให้มือใหม่อย่างพวกเรา สามารถแชร์ในคอมเมนต์ได้นะคร้าบบผม
หากมีบางข้อมูลผิดพลาดประการใด ต้องขอกราบอภัยด้วยนะคร้าบผม 🥰🙏
.
#Coffee #Brewing #Syphon #Siphon #กาแฟ
#InfoStory
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
https://baharris.org/coffee/History.htm
https://voltagecoffee.com/siphon/
-https://www.preda-roastinghouse.com/content/6262/syphon-



