เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณพ่อของเราเพิ่งกลับมาจากประชุมที่อินโดนีเซีย ตามสไตล์ของพ่อคือ จะมีของติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ (โดยที่บางทีก็เขาก็ไม่รู้ว่าคืออะไร 🤣)
ตามคาด คุณพ่อได้นำกาแฟ Kopi Luwak ติดมือกลับมา แต่คุณพ่อก็งง ๆ ว่าทำไมเค้าถึงแพ็คมาดีจัง แล้วมันมีไอตัวชะมดเช็ดเป็นมาสคอตด้วยนะลูก…
เอ่อ พ่อฮะ 😅 มันไม่ใช่แค่มาสคอตฮะ แต่มันคือกาแฟจากอุนจิของน้องชะมดเลยคร้าบบ
ว่าแต่…ถ้าเราสั่งเมนูนี้ เท่ากับว่าเรากินกาแฟที่ปนมีกระบวนการเดียวกับอุนจิที่ออกมาจากรูทวารของน้องชะมดเหรอ ?
วันนี้พวกเรา InfoStory จะพาเพื่อน ๆ มารู้จักเรื่องราวของกาแฟขี้ชะมดกันเบา ๆ คร้าบ 🥰☕

— — — — — — — — — — — — — — — — — —
[ กว่าจะมาเป็นกาแฟขี้ชะมด ✨ ]
“Kopi Luwak” หรือ “กาแฟขี้ชะมด” กาแฟขี้ชะมด (Kopi Luwak) ผลกาแฟ(เชอร์รี่) ที่ถูกขี้ชะมดกินจนย่อย และขับถ่ายออกมาเป็นเมล็ดกาแฟ โดยเขาจะเน้นการผลิตด้วยกระบวนการธรรมชาติ 🌿
กาแฟขี้ชะมดตัวนี้ จะมีต้นกำเนิดจากชาวพื้นเมืองอินโดนีเซีย ดั้งเดิมเขาเชื่อกันว่า ชาวบ้านในอินโดนีเซียที่พบเห็นชะมดกินผลกาแฟ(ที่เป็นผลเชอร์รี่ 🍒) ในป่า แล้วก็เบ่งอุนจิออกมาเป็นเมล็ดกาแฟ
แน่นอนว่าชาวบ้าน ก็หยิบเมล็ดกาแฟนำมากิน ถึงแม้ว่าตัวชะมดมันจะมีกลิ่นเหม็น หากแต่ว่ากาแฟขี้ชะมดอันนี้กลับมารสหวานนิด ๆ ออกกลมกล่อม จึงเริ่มนำมาใช้ผลิตเป็นกาแฟ
การแพร่หลายในอินโดนีเซีย
🇳🇱 อีกเรื่องหนึ่งที่ว่ากันว่าเป็นจุดที่ทำให้กาแฟขี้ชะมดเป็นที่นิยมของชาวอินโดนีเซีย คือในช่วงยุคอาณานิคมดัตช์ ปกครองประเทศอินโดนีเซีย (หรือที่เพื่อน ๆ อาจคุ้นในชื่อของบริษัท ดัตช์อีส หรือ Dutch East India Company)
👮 ชาวดัตช์เนี่ย มีการควบคุมการผลิตและการค้ากาแฟกับชาวอินโดอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นพืชสายพันธุ์ไหนที่ชาวอินโดปลูกได้ ? ใครที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกบ้าง ? ปลูกได้ที่ฟาร์มไหนและเมื่อไร ?
ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากาแฟที่ผลิตมีคุณภาพสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดยุโรป (ก็น่านละ เพื่อการค้าเนอะ..)
จึงได้จำกัดการมีส่วนร่วมของชาวพื้นเมืองในการผลิตกาแฟ เพื่อที่พวกเค้าจะได้ควบคุมกำไรกันได้ (รวมถึงพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ของอินโดด้วยนะ) 💰💰
🙋 นั่นเป็นผลทำให้ชาวพื้นเมืองได้หาวิธีแบบวิถีชาวบ้าน อย่างวิธีของกาแฟขี้ชะมดอันนี้นี่เองคร้าบ ก็ห้ามไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับผลิตกาแฟ แต่ไม่ได้ห้ามนำกาแฟจากอุนจิของสัตว์นี่เนอะ 💩 !
อันที่จริงแล้ว กาแฟขี้ชะมดไม่ได้ผลิตแค่จากอินโดนีเซียนะ แต่ว่า เวียดนาม ฟิลิปปินส์และไทยเราเอง ก็มีผลิตเหมือนกันนะ (ของไทยมีกาแฟขี้ช้างด้วย) 🇹🇭🐘
.
[ เอ้อะ ! แล้วทำไมต้องเป็นจากอุนจิของน้องชะมดด้วยละ ? 🤔 ]
เท่าที่เราเข้าใจนะ พอจะสรุปประมาณนี้
1. น้องชะมด โดยธรรมชาติเขาจะเลือกกินแต่ผลเชอร์รี่ (กาแฟ) ที่สุกและมีคุณภาพสูงเท่านั้น 🍒
2. เมล็ดกาแฟที่ชะมดกินจะผ่านกระบวนการย่อยอาหารในระบบย่อยของพวกมัน
การย่อยอาหารของชะมดเปลี่ยนแป้งในเมล็ดกาแฟเป็นน้ำตาล กรดและเอนไซม์ที่อยู่ในกระเพาะของชะมด จะทำปฏิกิริยากับผิวของกาแฟ จึงช่วยลดความขมและเพิ่มกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟ
3. ด้วยเหตุผล 2 ข้อตรงนี้ จึงทำให้เมล็ดกาแฟที่แท้ทรูที่ออกทางรูทวารของน้องชะมด เสมือนเป็นการกรองเมล็ดกาแฟคุณภาพที่ดีไปด้วยในตัว
เพราะเมล็ดกาแฟที่ไม่ผ่านการย่อย หรือย่อยได้ไม่สมบูรณ์ มีตำหนิ ก็จะถูกคัดแยกโดยมนุษย์ทิ้งไปทีหลัง
.
หลังจากน้องอุนจิเสร็จแล้ว นำไปแช่/ล้างน้ำ จากนั้นตากแห้ง สุดท้ายจึงคัดแยกเมล็ดที่ดีที่สุด
แต่เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ไม่ได้มีแค่น้องชะมดที่มีกระบวนการย่อยเจ้าผลเชอร์รี่กาแฟได้แบบนี้นะ แต่ว่าช้าง (ที่เราอาจได้ยินในชื่อว่า Black Ivory) และนกบางสายพันธุ์ เช่น นกจาคู (Jacu) 🦤
.
ถึงแม้ว่า วิธีนี้จะเป็นทางลัดที่ทำให้ได้เมล็ดกาแฟคุณภาพดีและรสชาติเด่น โดยไม่ต้องผ่านการแปรรูปจากผลเชอร์รี่ ให้ยุ่งยาก แต่ปัจจุบันก็ได้มีการถกเถียงกันว่า วิธีการนี้ถือว่าเป็นทางลัดที่เป็นการทรมานสัตว์...อยู่หรือเปล่านะ ?
(ทั้งด้านจริยธรรม สวัสดิภาพสัตว์ และความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม)
— — — — — — — — — — — — — — — — — —
[ นวัตกรรม อาจช่วยให้เราไม่ต้องทารุณสัตว์กันแล้วใช่ไหม…ใช่ไหมนะ ? 😅 ]
ถ้าเพื่อน ๆ ตามไปอ่านต่อก็อาจจะพบเรื่องราวของการทารุณสัตว์ อย่างกลุ่มคนอินโดที่เลี้ยงน้องชะมดในฟาร์ม แล้วบังคับให้กินแต่ผลเชอร์รี่กาแฟ เพราะเลี้ยงในฟาร์มแล้วบังคับกินมันได้ผลผลิตที่เร็วและต่อเนื่อง อีกทั้งกาแฟขี้ชะมดยังเป็นหนึ่งกลุ่มกาแฟที่มีราคาแพงเป็นอันดับต้น ๆ ของกาแฟอีกด้วย
เพราะมันเป็นการทารุณสัตว์เพื่อแสวงหากำไรนี่ละ 😇 เขาเลยมีการรณรงค์ให้ไปเก็บน้องอุนจิจากตัวชะมดในธรรมชาติ
ปัจจุบันตัวชะมดถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีความเสี่ยงน้อย (Least Concern) ตามการประเมินของ International Union for Conservation of Nature (IUCN) อย่างไรก็ตาม การขาดข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับประชากรจริงของพวกมันในธรรมชาติทำให้การประเมินสถานะยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่
พอดีว่าเราได้ไปอ่านเรื่องราวสั้น ๆ เกี่ยวกับ "Biotic Coffee" ของแบรนด์ Vagaso นวัตกรรมกาแฟขี้ชะมด โดยเขามีการเลียนแบบการย่อยและจำลองเอนไซม์ให้เหมือนกับในกระเพาะของน้องชะมด ทำให้สามารถผลิตเมล็ดกาแฟลอกเลียนแบบกาแฟขี้ชะมดออกมาได้ (รวมถึงความหวานกลมกล่อมที่ออกมาเหมือนเป้ะอีกด้วยนะ)
.
#InfoStory #กาแฟขี้ชะมด
#Kopiluwak
แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม
- บทความ Kopi Luwak Coffee (Cat Poop Coffee) Review. You Should Try It! จากเว็บ coffeebrewguides
- บทความ Kopi Luwak: The Poop Coffee จากเว็บ kopiluwakdirect
- บทความ Everything You Need To Know About Kopi Luwak (Cat Poop Coffee) จากเว็บ baristacourseadelaide
- บทความ Kopi Luwak the most expensive coffee in the worldจากเว็บ kopiluwak
- บทความ "Biotic Coffee" นวัตกรรมกาแฟขี้ชะมด จากเว็บ bangkokbanksme



