อยากรู้เรื่องอะไร?

Search

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มี "โซเดียม" สูง จริงหรือ ?

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มี "โซเดียม" สูง จริงหรือ ?

[Lucky Me! x InfoStory] เชื่อว่า เพื่อน ๆ หลายคนคงต้องเ […]

[Lucky Me! x InfoStory]

เชื่อว่า เพื่อน ๆ หลายคนคงต้องเคยทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วก็ มีความรู้สึกผิดกับตัวเองเกิดขึ้น หลังจากที่ทานเสร็จ ?

แล้วทำไมเราถึงรู้สึกผิดกันละ ?!

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มี "โซเดียม" สูง จริงหรือ ?

คำตอบที่โผล่ขึ้นมาในความคิดของเรา ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของปริมาณ “โซเดียม” จากเครื่องปรุงรส

แล้วถ้าเราบอกว่า ในตอนนี้ มีผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยการลดปริมาณโซเดียม และทำให้เพื่อน ๆ สามารถทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แบบไม่ต้องรู้สึกผิด เหมือนเมื่อก่อนแล้วละ

ฟังดูเข้าท่าดีใช่ไหมละ !

ในบทความภาพชุดนี้ พวกเรา InfoStory จะขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับเรื่องราวของ “โซเดียม” กัน

ตามด้วย ทำไม “ โซเดียม” ถึงมีฉายาว่าเป็น วายร้ายทางสุขภาพ ?

รวมไปถึง วิธีการลดโซเดียมอย่างง่าย เพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกคน

สุดท้ายแล้ว ถ้าเราอยากยังทานตามใจปากตัวเองอยู่ แต่ก็กลัวปริมาณโซเดียมเสียเหลือเกิน จะทำยังไงดี ?

อะ อย่ารอช้า ไปรับสาระสบายสมอง กันได้เลย !

มาเริ่มต้นกันที่การทำความรู้จัก “โซเดียม” วายร้ายทางสุขภาพ กันก่อนนะ

มาเริ่มต้นกันที่การทำความรู้จัก “โซเดียม” วายร้ายทางสุขภาพ กันก่อนนะ

โซเดียม คืออะไร ?

โซเดียม คือเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการควบคุมสมดุลน้ำและของเหลวในร่างกาย ตลอดจนถึงการดูดซึมสารอาหาร และยังสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตและการทำงานของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้ออีกด้วยนะ

โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่ จำเป็นต่อร่างกายนะ
เพราะมันเกี่ยวข้องกับการดูดซึมน้ำตาลกลูโคสและกรดอะมิโนในทางเดินอาหาร รวมถึงการดูดกลับแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ที่หลอดไต

โซเดียมยังมีหน้าที่ช่วยควบคุมระดับโพแทสเซียมและแร่ธาตุชนิดอื่นๆ ระหว่างภายในและภายนอกเซลล์ให้สมดุล
ที่สำคัญก็คือ คุมการกระจายตัวของน้ำ จึงช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์บวมน้ำ และไม่ให้ร่างกายเสียน้ำมาก

แต่หากว่า...เราได้รับมากเกินกว่ากำหนดเนี่ย จะเป็นอันตรายต่อร่างกายมากเลยละ
อย่างไรก็ดี การที่เราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้รับได้รับโซเดียม ก็ไม่ได้ง่ายเท่าไรเลย
แถมปัจจุบัน พวกเรายังได้รับปริมาณโซเดียมที่อาจมากเกินไปอยู่อีกด้วย

เพราะว่า โซเดียม หาพบได้มากในอาหารการกินของเราทั่วไปเลย เช่น เกลือแกง วัตถุปรุงรสต่าง ๆ อาหารกึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูปขนมที่ใส่ผงฟู หรือ แม้กระทั่งในเนื้อสัตว์ (เนื้อหมู เนื้อวัว)

โอโห คือแบบนี้ ไม่ว่าเราจะทานอาหารอะไรต่าง ๆ ใน 1 วันเนี่ย
ยังไงก็ต้องได้รับโซเดียม เป็นปกติเลยละ

แล้ว “เป็นปกติ” ในระดับที่ปลอดภัยและไม่มีความเสี่ยงเกิดโรคต่าง ๆ มันเท่าไรกันละ ?

อ้างอิงรายงานจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งโรงพยาบาลศิริราช ราชวิถี และ สำนักงานกองทุน สสส. เขาได้ระบุไว้ว่า “บุคคลวัยผู้ใหญ่ทั่วไป สามารถบริโภคได้สูงสุดโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน”

ทีนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูตัวอย่างข้อมูลปริมาณของโซเดียมที่พบในเครื่องปรุงรส หรือ เมนูอาหารต่าง ๆ กัน (แต่โซเดียมจะมากจะน้อย ก็ต้องขึ้นอยู่กับสูตรการทำอาหารหรือเครื่องปรุงของแต่ละบุคคลอีกนะ)

เครื่องปรุงรสยอดนิยมเหล่านี้ มีโซเดียมเท่าไร ?

- เกลือ 1 ช้อนชา มีโซเดียม 2,000 มิลลิกรัม
- เต้าเจี๊ยว 1 ช้อนโต๊ะ มีโซเดียม 650 มิลลิกรัม
- ซีอิ๊วขาว ช้อนชา มีโซเดียม 470 มิลลิกรัม
- น้ำปลา 1 ช้อนชา มีโซเดียม 400 มิลลิกรัม
- ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ มีโซเดียม 140 มิลลิกรัม

เมนูอาหารยอดนิยมละ มีโซเดียมเท่าไร ?

- กุ้งแห้งแบบมีเปลือก 100 กรัม มีโซเดียม 3,240 มิลลิกรัม
- ต้มย้ำกุ้งน้ำข้น 1 ชาม มีโซเดียม 1,700 มิลลิกรัม
- ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว 1 จาน มีโซเดียม 1,200 มิลลิกรัม
- ข้าวมันไก่ 1 จาน มีโซเดียม 1,150 มิลลิกรัม
- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มีโซเดียม 1,100-1,800 มิลลิกรัม/ซอง

แล้วเพื่อน ๆ ยังทราบกันอีกไหมว่า นอกจากแหล่งที่มาของโซเดียมที่เราเห็นได้ชัดเจนแบบด้านบนแล้ว
ยังมีแหล่งอาหารอื่น ๆ ที่มีโซเดียมแฝงด้วยเหมือนกันนะ

“โซเดียมแฝง” เกิดจากผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่มีรสเค็ม แต่มีโซเดียม เช่น
พาย ซาลาเปา เค้ก โดนัท รวมถึงสารกันบูดในอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ

โอโห… เห็นตัวเลขแบบนี้แล้ว แอบขนลุกนิดนึงเลย
เพราะหากเทียบปริมาณการบริโภคโซเดียมที่แพทย์แนะนำแล้ว ถ้าเรากินอย่างไม่ระมัดระวังเนี่ย
ได้รับโซเดียมสูงเกินปริมาณที่กำหนดทุกวัน แน่ ๆ เลย

ในรูปถัดไป เราจะมาคุยกันต่อว่า ทำไม “โซเดียม” ถึงกลายเป็น "วายร้ายทางสุขภาพ" ของทุกคนไปได้ หากเรารับปริมาฯที่สูงกว่ากำหนด แล้วมันจะเข้าไปทำอะไรกับร่างกายเราบ้าง ?

แหล่งอ้างอิงจาก
- อ.นพ.สุกิจ รักษาสุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- นายฉัตร์ชัย นกดี สำนักงานกองทุน สสส.

ทำไมจึงถูกเรียกว่า "วายร้าย" ?

ทำไมจึงถูกเรียกว่า "วายร้าย" ?

ต้องเข้าใจก่อนว่าหลังจากที่ “โซเดียม” ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเราจากลำใส้แล้ว
ส่วนที่เหลือ ก็จะต้องเป็นหน้าที่การขับออกจากร่างกาย

โดยทีมงานในร่างกายของเรา ที่จะต้องทำหน้าที่ขับเจ้าโซเดียมออกจากร่างกายเนี่ย
สามารถขับออกได้ 3 รูปแบบ

1. ขับออกโดย “ไต” ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดในกระบวนการขับโซเดียมออก
โดยจะแปรรูปขับออกมาทางปัสสาวะ นั่นเอง
2. ขับออกผ่านทาง เหงื่อ
3. ถูกขับออกมาพร้อมกับ อุจจาระ

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  รู้จัก ไขมันดี VS ไขมันเลว คืออะไร และแตกต่างกันยังไง ?

แต่ต้องบอกว่า การขับโซเดียมออกมาทางเหงื่อและอุจจาระเนี่ย
มันมีปริมาณที่น้อยมาก เอาง่าย ๆ คือ ไต จะต้องรับหน้าที่ขับออกที่เยอะที่สุด

และ การที่ร่างกายของเราได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงเกินไปเนี่ย
ภาระทั้งหมด ก็จะตกไปอยู่ที่ไต
ซึ่งเพื่อน ๆ คงเข้าใจกันดีว่า “ไต” ไม่ได้มีหน้าที่ในการขับโซเดียมออก เพียงอย่างเดียวเนอะ….

โซเดียมที่มากเกิน จนถูกขับออกจากร่างกายไม่ไหว
แล้วมันยังไงต่อ ?

การคั่งอยู่ของโซเดียมหรือเกลือ ก็จะส่งผลทำให้เกิดการบวมน้ำ
ยาวไปจนถึง เกิดการสะสมไว้ในเลือด

ซึ่งการเข้าไปสะสมหรือปนเปื้อนในเลือดนี้ จะทำให้เลือดเสียสมดุล
หลอดเลือดจึงพยายามดูดน้ำเข้ามาเจือจางโซเดียม จนทำให้แรงดันเลือดสูงขึ้น
และหากยังคงฝืนทานโซเดียมมากเกินไปอีก อาจทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่างๆ ได้

แน่นอนว่า ไตของเรา ก็ไม่ได้อู้งานนะ
คือ เมื่อมีโซเดียมมาก เขาก็จะยิ่งทำงานหนักมากขึ้นตาม
ผลพ่วงที่ตามมาอีกก็คือ หน่วยไตจะเกิดความดันสูงขึ้นจนเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ

เรื่องนี้อาจนำพาไปสู่ความเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อมในที่สุด…

อะ มาดูกันว่า ความเสี่ยงจากเรื่องราวของสายวายร้ายอย่าง “โซเดียม” ส่งผลทำให้เกิดโรคหรือภาวะอะไรได้อีกบ้าง ?

- เลือดข้น ความดันโลหิตสูง
- เส้นเลือดอุดตันและเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
- น้ำหนักเกิน ตัวบวม
- โรคไตวายเรื้อรัง
- โรคกระดูกพรุน

เพราะฉะนั้น กลับมาที่ เรื่องของปริมาณการบริโภคโซเดียม ที่แพทย์แนะนำต่อวัน
บุคคลวัยผู้ใหญ่ทั่วไป สามารถบริโภคได้สูงสุดโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

งั้นในภาพต่อไป พวกเราจะมาชวนเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับ วิธีการลดโซเดียมอย่างง่าย ๆ กัน
เชื่อสิ ว่าเราสามารถต่อสู้กับวายร้ายที่มีชื่อว่า “โซเดียม” ได้อย่างแน่นอน !

แหล่งอ้างอิงจาก
- อ.นพ.สุกิจ รักษาสุข คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
- นายฉัตร์ชัย นกดี สำนักงานกองทุน สสส.
- แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลเพชรเวช

ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ

ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
ไม่เว้นแม้แต่ปัญหาสุขภาพกับเจ้าวายร้ายอย่าง โซเดียม

พวกเราเลยอยากมาแนะนำ 7 วิธีการลดละโซเดียมแบบง่าย ๆ กัน ดังนี้

[เลือกให้ดี]
1. เลือกทานอาหารสูตรไม่เติมเกลือ หรือ โซเดียมต่ำ
2. มีเครื่องหมายทางเลือกเพื่อสุขภาพ

[ลดละ หลีกเลี่ยง และ ระวัง]
3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด อาหารหมักดอง แช่อิ่ม อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง
4. หลีกเลี่ยงการปรุงรส ที่จัดจ้านของอาหาร
5. ลองใช้สมุนไพรหรือเครื่องเทศ ในการปรุงรสแทน เกลือ หรือ ซอสปรุงรส

[อย่าลืม !]
6. สังเกตปริมาณโซเดียมจากฉลากโภชนาการ
7. ชิมก่อนปรุง

อ้างอิงเพิ่มเติมจากข้อมูลของ อาจารย์ นัธธิดา บุญกาญจน์ นักวิชาการ นักกำหนดอาหารวิชาชีพ เครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวไว้ว่า

การหลีกเลี่ยงโซเดียม คงจะสามารถทำได้ไม่ง่ายนัก
เพราะโซเดียม มีอยู่ทั้งในอาหารธรรมชาติและสารปรุงแต่ง โดยที่อาหารในธรรมชาตินั้น เนื้อสัตว์จะมีโซเดียมมากกว่าข้าว แป้ง และผลไม้

เพราะฉะนั้น การเลือกเนื้อสัตว์มาปรุงหรือประกอบอาหาร จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยจำกัดปริมาณโซเดียมตั้งแต่ต้นทาง
ซึ่งนั่นทำให้ เพื่อน ๆ ที่ทานเนื้อสัตว์ในทุก ๆ มื้ออาหาร จะได้รับปริมาณโซเดียมจากอาหารธรรมชาติเฉลี่ยประมาณ 600 – 800 มก./วัน

ดังนั้น เราจะเหลือโควตาในการเติมเครื่องปรุงรสต่าง ๆ อีกมื้อละไม่เกิน 1 ช้อนชา
ยกตัวอย่างเช่น การเติมน้ำปลา 1 ช้อนชา จะมีโซเดียม 400 มิลลิกรัม
(เพื่อน ๆ สามารถย้อนกลับไปดูภาพที่ 2 ในเรื่องราวของโซเดียมได้นะ)

การกำหนดแผนการทานอาหารของเรา โดยเฉพาะการใส่ใจเรื่องปริมาณโซเดียม จะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ ดังที่ได้พูดกันไปเนอะ

อะ ว่าก็ว่าเถอะ… ที่พูดมาเนี่ย ก็อาจจะดูเหมือนทำง่ายนะ
แต่สำหรับคนที่ติดทานอาหารรสจัด หรือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างพวกเรา บอกเลยว่า มันไม่ง่าย !
(บางทีเราอาจจะแค่อยากทานอะไรตามใจตัวเองบ้าง แต่ก็ไม่อยากรู้สึกผิด)

ถ้าเป็นหยั่งงั้นก็ดีเลย
เพราะในภาพสุดท้าย พวกเรา InfoStory จะชวนมาดูหนึ่งในทางออกของปัญหา ที่ทำให้เราได้ทั้งความอร่อยสะใจ แถมสุขภาพดี และ ไม่ต้องรู้สึกผิด

แหล่งอ้างอิงจาก
- โรงพยาบาลราชวิถี
- ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.
- https://www.sanook.com/health/3269/

ถ้าอยากทานตามใจ เพื่อเพิ่มพลังกายและพลังใจ ในการใช้ชีวิตประจำวัน

ถ้าอยากทานตามใจ เพื่อเพิ่มพลังกายและพลังใจ ในการใช้ชีวิตประจำวัน

ไม่เป็นไรนะ เพราะทำได้ไม่ยากเลย !
ลองให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Lucky Me!” ช่วยสิ !

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Lucky Me!” ถูกออกแบบมาให้มี “โซเดียมต่ำแค่ 700 มิลลิกรัม” เท่านั้น
แต่อร่อย รสชาติเข้มข้น และประกอบด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ที่ห่วงใยสุขภาพของคุณ

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Lucky Me!” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยที่ห่วงใยสุขภาพ ด้วยกัน 2 รสชาติ
1. รสผัดฉ่า
2. รสมันกุ้ง

พูดถึงเรื่องราวดีดีของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Lucky Me!” ถึงตรงนี้แล้ว…
มารู้จักผู้ที่อยู่เบื้องหลังกันสักนิดดีกว่า

ชวนอ่านเพิ่มเติม -  THANK YOU 5000 FOLLOWERS

เพื่อน ๆ ทราบไหมว่า เจ้าของแบรนด์ Lucky Me! ก็คือ บริษัท Monde Nissin
ที่เพิ่งทำการเสนอขายหุ้นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ !

ที่บริษัท Monde Nissin ทำได้ ก็เพราะว่าแบรนด์ Lucky Me! ซึ่งเป็นแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ขายดีที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์

และในปี 2021 บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Lucky Me! ก็ยังเป็นแบรนด์ที่มีดัชนี Consumer Reach Point หรือ อัตราการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าสูงที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ อีกด้วยนะ

โดยตอนนี้ บริษัท Monde Nissin วางแผนจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นนี้
มาเพิ่มสายการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเกี่ยวกับเทรนด์อาหารสายสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อจากพืช รวมไปถึงอาหารที่ลดปริมาณโซเดียมในอาหารสำเร็จรูป

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้
ทำให้พวกเรา InfoStory รู้สึกไม่แปลกใจเลย ที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบรนด์ Lucky Me! จะเป็นจุดเริ่มต้นของการห่วงใยสุขภาพ
และ เปลี่ยนภาพจำในวันนี้ของวายร้ายอย่างโซเดียมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

วันนี้พวกเรา InfoStory ก็คงจะขอจบเรื่องราวดีดี ไว้ที่ตรงนี้ 🙂

อ้อ !! เกือบลืมไป เพื่อน ๆ สามารถหาซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “Lucky Me!” ได้วันนี้แล้ว
ที่ : 7-Eleven, Lotus’s, Big C, Tops และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

#ความห่วงใยที่อร่อย
#LuckyMe
#ลัคกี้มี
#โซเดี่ยมต่ำ
#InfoStory