เมื่อฟอง…มีดีกว่าที่เราคิด
ในบทสนทนาระหว่าง ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน กับคุณเสถียร เสถียรธรรมะ มีช่วงหนึ่งที่คุณเสถียร บอกว่า
ฟองเนี่ย มันมีข้อดีหลากหลายเลยนะ
อย่างแรกเลยคือ ชั้นฟองทำหน้าที่คล้าย “ฝาบาง ๆ” ปกคลุมอยู่บนผิวของเครื่องดื่ม ช่วยลดการสัมผัสระหว่างผิวเครื่องดื่มกับอากาศ และช่วยชะลอการสูญเสีย CO₂ ออกจากของเหลว ![]()
พูดง่าย ๆ ว่ากลิ่นและรส ความสดชื่นเนี่ย มันอยู่ครบและอยู่ได้นานเพราะฟองนี่ละ
ยิ่งฟองเม็ดเล็ก เนื้อแน่น เนียนละเอียด ก็จะอยู่ตัวได้นานกว่า
นี่คือเหตุผลที่ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีฟองคุณภาพสูง โดยเฉพาะเครื่องดื่มมีฟองของประเทศญี่ปุ่น เขาได้การศึกษากันอย่างจริงจัง
.
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเราในคลิปนี้คือ เรื่องของการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของฟองที่เราติดภาพว่าเป็นส่วนเกินแบบเดิม ๆ ไปทันที นั่นคือ “FOAM ART”
FOAM ART พูดง่าย ๆ คือ ศิลปะการพิมพ์ภาพ ลวดลาย หรือข้อความลงบนผิวฟองเครื่องดื่มที่ละเอียดและคงตัว ให้เพื่อน ๆ ลองนึกถึงการวาดลวดลายฟองนมบนเมนูลาเต้ หรือที่เราคุ้นหูว่า ลาเต้อาร์ต นั่นเอง
.
[
กว่าจะมาเป็นฟองที่ทำ German Tawandang Foam Art ที่สวยงาม ]
จากคลิปในรายการ 8 Minute History คุณเสถียรเล่าว่า จุดเริ่มต้นของไอเดียเกิดจากการเดินทางไปญี่ปุ่นและได้เยี่ยมชมบริษัทเครื่องดื่มมีฟองแห่งหนึ่ง
หลังชมกระบวนการผลิต เมื่อเข้าไปในห้องรับรอง พนักงานนำเครื่องดื่มมีฟองมาเสิร์ฟให้คณะประมาณห้าหรือหกแก้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ ไม่ใช่แค่เครื่องดื่มมีฟองในแก้วนะ แต่บนฟองกลับมี ภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเขาพิมพ์อยู่ เรียกว่า เปลี่ยนภาพจำของการดื่มแบบธรรมดาไปเลย ![]()
จนเกิดเป็นไอเดียอยากทำเรื่องฟอง หรือ Foam art ให้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่แตกต่างจากในตลาดเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคช่วยกันพิสูจน์ด้วยตาก่อนจะมาชิมได้อีกว่า นี่คือเครื่องดื่มมีฟองที่วาดลวดลาย Foam art ที่ภาพมีความละเอียดสูง ซึ่งเป็นจุดที่เด่นของคุณภาพของเครื่องดื่มมีฟองแก้วนี้ นั่นเอง
.
แล้วเขาวาดลวดลายกันได้ยังละ ?
ต้องเริ่มจากพื้นฐานสำคัญ คือ
– ตัวเนื้อฟอง ต้องเป็นแบบ Micro-Foam กล่าวคือ ละเอียด เนียน หนาแน่น และคงตัว มากกว่าฟองหยาบทั่วไป
– ฟอง ต้องมีลักษณะคงตัวที่จะจับตัวได้นานกว่า ช่วยให้ภาพบนฟองคงรูปได้นานขึ้น
เมื่อองค์ประกอบพื้นฐานได้แล้ว จึงใช้เครื่องพิมพ์ภาพที่ใช้ภาพดิจิทัลของเรานี่ละ ตัวไฟล์ภาพจะถูกส่งเข้าเครื่องพิมพ์สำหรับเครื่องดื่ม และพิมพ์ลงบนพื้นผิวฟองที่ละเอียดด้วย สี Food Grade
.
จุดที่น่าสนใจที่สุดของ Foam Art อาจไม่ได้อยู่ตรงที่ว่า “เครื่องพิมพ์หน้าคนได้”
แต่อยู่ตรงคำว่า Personalization
เพราะเมื่อพื้นผิวบนแก้วสามารถเปลี่ยนไปตามเจ้าของแก้วได้ เครื่องดื่มแบบเดียวกันจึงไม่จำเป็นต้องมอบประสบการณ์เหมือนกันทุกคน ![]()
แก้วหนึ่งอาจเป็น รูปตัวเอง
อีกแก้วเป็น รูปคู่
![]()
บางคนอาจเลือกรูป น้องหมาหรือน้องแมว
บางแก้วกลายเป็นคำว่า Happy Birthday
หรืออาจเป็นข้อความสั้น ๆ สำหรับใครบางคนในวันพิเศษ
คุณเสถียรพูดประโยคหนึ่งในบทสนทนาที่สรุปแนวคิดนี้ได้ดีมาก
โดยปกติ คนจะรู้ว่าเครื่องดื่มแก้วหนึ่งเป็นอย่างไร หลังจากได้ชิม
แต่ Foam Art เพิ่มอีกขั้นเข้ามาก่อนหน้านั้น นั่นคือ “การมองเห็น” ![]()
![]()
มนุษย์เราจะเริ่มจากการมองเห็นด้วยสายตา แล้วนำพาไปสู่การทดลองดื่ม
จากฟองส่วนเกิน จึงมาสู่พื้นที่เล่าเรื่องได้อย่างไม่มีวันรู้จบ นั่นเอง


